Music Cartoon Club


 
บ้านCalendarช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Livingdead One
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 63
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 29
ที่อยู่ : ทะเลทรายซาฮาร่า...

ตั้งหัวข้อเรื่อง: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Sun Mar 14, 2010 2:40 pm

ก็เป็นโปรเจ๊คบอร์ดตัวเองที่จะเปิดในอนาคต(อันแสนไกล...)

เป็นบอร์ดComic-RPG คล้ายๆที่พ๊อคเก็ตหรือCFที่เราๆท่านๆเล่นกันอยู่นี่ละ

Settingจะเป็นแบบสงครามเจ้าแขกชิงอำนาจในโลกที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย

แล้วผู้เล่นจะเป็นคนจากมิติอื่นที่มาแสวงโชคในโลกนี้

โดยใช้ความขัดแย้งระหว่างแคว้นเป็นบันได้ทำจุดมุ่งหมายให้สำเร็จ

-updated- โฆษณาตัวใหม่ ในเรป2 ไปยลโล๊ด~

*หมายเหตุ* เรปต้นกระทู้จะเป็นสารบันเน้อ เรปต่อไปก็จะเรปนึงข้อมูลส่วนนึง(แอดมินไม่ว่ากันนะ)


แก้ไขล่าสุดโดย Livingdead One เมื่อ Wed Apr 27, 2011 10:09 pm, ทั้งหมด 5 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Livingdead One
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 63
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 29
ที่อยู่ : ทะเลทรายซาฮาร่า...

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Sun Mar 14, 2010 2:43 pm

โอ้ อัล-ซาฮารัน...!

อันผืนทรายกว้างใหญ่ไพศาล...

หาญธงใหญ่ครั้งหนึ่งปักบนเจ้า...

เล่าลือถึงนามอหัง...

แห่งเจ้าโลกหล้า “ฮารูนด์”

บัดนี้ลี้เล่า...?

แสงสุริยาลาลับ...

ดับดิ้นสิ้นตำนาน

นานาแคว้นกระสัน

หันศาสตรา แย่งชิง





"พอกันที...ระบบเดิมๆ"

"พอกันที...กับการฟาดฟันด้วยฝีมืออย่างเดียว"

"บัดนี้ ยุคใหม่แห่ง ComicRPG ได้มาถึงแล้ว!"

"ขอต้อนรับสู่โลกแห่ง...อัล-ซาฮารัน..."

  • อิสระแห่งจินตนาการ...กับหลากหลายทางเดิน ตั้งแต่ฟาดฟันอริศัตรูในสนามรบ นำสันติภาพสู่ภูมิภาคด้วยกุศโลบายการเมือง
    สร้างอาณาจักรส่วนตัวด้วยอำนาจแห่งเงินตรา หรือแม้แต่สวมบทบาทมัจจุราชในเงามืด!!

  • โลกนี้ไม่ได้มีแค่หนึ่งกับสอง... 6 จุดหมายกับ 6 ขั้วอำนาจที่คุณคือผู้ตัดสินผู้ชนะ จักรวรรดิบรรพตยิ่งใหญ่ เหล่าพี่น้องแห่งภราดรภาพ
    7ราชันย์แห่งทุ่งราบ สองศรัทธาที่แย่งชิงดินแดนแห่งผู้เป็นเจ้า หรือท้ายที่สุดโลกจะอยู่ในกำมือของผู้ชักใยจากความมืดมิด!

  • ไม่ต้องรอคู่ต่อสู้!! ไม่ต้องง้อกรรมการ! คุณคือผู้กำหนดโชคชะตา กับ ระบบค่าความก้าวหน้าที่พุ่งไม่หยุด สำหรับดาวรุ่งที่ฉุดไม่อยู่!

  • อะ!...อะ! อย่าเพิ่งสิ่งของเหลือใช้!! บางทีขยะพวกนี้มีค่ายิ่งกว่าทอง ถ้าอยู่กับคนที่เห็นค่าของมัน...
    เมื่อราคาไอเท็มเปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งแวดล้อมและกลไกตลาด

  • "สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง" เมื่อลูกกระจ๊อกไม่ได้มีไว้ให้เฉือดเล่นอีกต่อไป...
    ระบบกำลังพลและยูนิตนานาชนิดคือหนึ่งในกุญแจสู่ชัยชนะของคุณ

  • ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล! งานของคุณไม่จำกัดว่าต้องชนทุกสิ่งที่ขวางหน้า บางทีเงินใต้โต๊ะกับคำพูดนิดหน่อยก็พอแล้ว...

  • "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" สงครามข่าวสารเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
    พยายามล้วงความลับผู้อื่นให้มากหรืออย่างน้อยๆอย่าให้ใครรู้สิ่งที่ปิดไว้ของคุณ!

  • จงเตรียมพร้อมทั้งกายและใจ... ไอเท็มและสเตตัสไม่ใช่เรื่องขำๆเสียแล้ว!?



และความท้าทายอื่นๆอีกมากมาย รอคุณอยู่ที่...


al-zaharan.thai-forum.net




อัล-ซาฮารัน(ผืนทรายใหญ่)
เป็นโลกใบหนึ่ง ที่พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไฟศาลแต่มีทะเลสาบและโอเอซิสกระจัดกระจายไปทั่ว มีขั้วโลกเหนือและใต้เป็นจุดชุ่มน้ำและอุดมสมบูรณ์ที่สุด ครั้งหนึ่งเคยอยู่ภายใต้จักรวรรดิในตำนาน “ฮารูนด์” แต่ในกาลต่อมา จักรวรรดินั้นล่มสลายลงและได้แยกตัวออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ โดยในปัจจุบันเหลือเพียง 6 กลุ่มใหญ่และต่างทะเยอทะยานที่จะกำโลกใบนี้ไว้ในมือของตนอีกครั้ง...

ขั้วอำนาจต่างๆ
มีทั้งหมด 6 กลุ่ม เรียงตามลำดับความเข้มแข็งทางการเมือง ดังนี้


แก้ไขล่าสุดโดย Livingdead One เมื่อ Thu Jun 24, 2010 10:29 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Livingdead One
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 63
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 29
ที่อยู่ : ทะเลทรายซาฮาร่า...

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Sun Mar 14, 2010 2:58 pm

1. จักรวรรดิคัลลามันด์ (Kalaman Empire)

มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกนี้ในปัจจุบัน เมืองหลวงมีชื่อว่า “ไอเฟ” ตั้งอยู่ในหุบเขาบริเวณขั้วโลกเหนือ
แต่เดิมหุบเขาแห่งนี้เป็นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ ซึ่งเป็นอิสระจากจักรวรรดิฮารูนด์ในตำนาน
แต่เมื่อปฐมจักรพรรดิได้เห็นความเจริญของฮารูนด์ จึงรับศาสนาและวัฒนธรรมของอีกฝ่าย
มาพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนและผนวกเผ่าอื่นๆเข้าเป็นบ้านเมืองเดียวกัน
กษัตริย์องค์ต่อๆมาก็ได้พัฒนาด้านต่างๆทั้งเศรษฐกิจ การทหาร การศึกษา
จนเจริญรุ่งเรืองและขยายอาณาเขตจนกว้างใหญ่ไพศาล อิทธิพลกว้างไกลทั่วโลก

แต่บัดนี้ ข้อพิพาทเรื่องชายแดนต่อสหภาพฯที่มีมาอย่างยาวนาน และความขัดแย้งทางศาสนากับ
ศาสนจักรจากต่างโลก ได้ลากยักษ์ใหญ่ตนนี้เข้าสู่สงครามแห่งอำนาจอีกครั้ง

สภาพภูมิศาสตร์

รอบเมืองหลวงนั้นเป็นหุบเขา มีแม่น้ำที่เกิดจากต้นน้ำบนยอดเขาต่างๆไหลผ่านเมืองบริเวณนี้
และในหุบเขาเองก็มีแร่ธาตุที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมต่างๆจำนวนมาก จึงสามารถพูดได้ว่า
เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สุดในโลกก็ว่าได้ วงรอบนอกหุบเขาถัดออกไป
แต่ไม่ไกลนักเป็นทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ที่ได้รับน้ำจากหุบเขา หากพ้นจากทุ่งหญ้าแล้วจะเป็นทะเล
ทรายอันอ้างว้างจนจรดชายแดนทุกด้าน ซึ่งคิดเป็นพื้นที่มากกว่าครึ่งของจักรวรรดิ

เศรษฐกิจ

สินค้าหลักของคัลลามันด์ คือ แร่โลหะต่างๆ รวมทั้งที่ยังไม่ผ่านหรือผ่านการแปรรูป
แร่ธาตุวัตถุดิบต่างๆ เช่น กำมะถัน ปูนขาว เกลือสินเธาว์ เป็นต้น ยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ
เครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ หรือแม้แต่อุปกรณ์เวทมนต์ซึ่งเป็นศาสตร์ใหม่
ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน

ผลผลิตทางการเกษตรก็ผลิตได้มาก แต่ส่งออกน้อยเนื่องจากต้องนำไป
หล่อเลี้ยงประชากรซึ่งได้ชื่อว่ามีจำนวนมากที่สุดใน 6 ขั้วอำนาจ

สภาพสังคม

ปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีพระจักรพรรดิเป็นประมุขสูงสุด
แล้วกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นต่างๆผ่านขุนนางเจ้าเมืองต่างๆ มี "แกรนด์ วิเซียร์(อัครเสนาบดี)"
เป็นผู้ที่มีอำนาจรองลงมา มีอำนาจต่อทุกกระทรวงกรมยกเว้นที่กำหนดให้ขึ้นตรงต่อจักรพรรดิ

การศึกษาโดยเฉลี่ยถือว่าสูง เพราะมีค่านิยมให้ความสำคัญต่อความรู้อย่างดี โดยเฉพาะความรู้ที่
เกี่ยวกับความเป็นไปของโลก(ธรรมชาติวิทยา) ผนวกกับการสนับสนุนทางภาครัฐที่ต้องการให้
มีผู้เชี่ยวชาญในทุกแขนงมาพัฒนาประเทศ จนอาจกล่าวได้ว่าจักรวรรดิ คัลลามันด์นี้ คือ ดินแดนแห่งปราชญ์โดยแท้จริง

เมื่อครั้งแรกเริ่ม ชาวเขาในแถบนี้เชื่อในพลังของโลกและธรรมชาติ และใช้ชีวิตกลมกลืนไปกับพลังเหล่านั้น
กระทั่งปฐมกษัตริย์ได้เข้ารีตศาสนาซาลามและเผยแพร่จนกลายมาเป็นศาสนาหลักของประเทศ
แต่ถึงเช่นนั้น คติธรรมชาตินิยมก็ยังสอดแทรกอยู่ในการตีความพระคัมภีร์และปรัชญาต่างๆ
ประชาชนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาตราบเท่าที่ไม่กระทบต่อความมั่นคง จึงมีลัทธินิกายต่างๆผุดขึ้นมาดังดอกเห็ด
ยกเว้นศาสนาคริสต์ แม้ว่าเดิมทีจะมีการเผยแพร่โดยการสนับสนุนขององค์จักรพรรดิ
แต่เมื่อสำนักผู้ดูแลวิหารศักดิ์สิทธิแห่งซาลาม กล่าวหาว่าเป็นการพยายามกลืนศาสนาจากศาสนจักร
และมีการกดดันอย่างหนักจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมทั้งในและนอกจักรวรรดิ
ทำให้มีราชโองการเนรเทศคนจากศาสนจักรออกไป และเป็นชนวนความขัดแย้งในปัจจุบัน

อัตตลักษณ์ทั่วไปของชาวจักรวรรดิ คือ ใจกว้าง เป็นกันเอง แต่ขาดความมีวินัย และค่อนข้างรักความสบาย

การทหารและการว่าจ้าง

แสนยานุภาพของกองทัพจักรวรรดิ พึ่งพิงวิทยาการและจำนวนเป็นหลัก
โดยผลิตอาวุธคุณภาพสูงในจำนวนมากด้วยสายพานอุตสาหกรรมที่แข็งขัน และวัตถุดิบชั้นเลิศ
แต่สิ่งที่น่าสะพรึ่งกลัวในกองทัพคัลลามันด์ คือ กองปืนที่สาดห่ากระสุนอันรุนแรงจากระยะไกล
หน่วยจอมเวทที่เขย่าขวัญเหล่าข้าศึกที่ตกใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าด้วยความไม่รู้ และทหารราบหนัก
ที่ใส่เกราะหนาราวกับปราการมีชีวิตเข้าประหัตประหารศัตรูในระยะประชิด ทำให้กล่าวได้ว่า
ไม่มีกองกำลังไหนในปฐพีหาญต้านกองทัพแห่งจักรวรรดินี้ได้ ในการประทะซึ่งหน้าเลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้ใดสมบูรณ์ไร้ทางพ่ายแม้แต่กองทัพแห่งคัลลามันด์
ด้วยความที่ให้น้ำหนักต่อทฤษฎีมากเกินไปและพิจารณาความเป็นจริงเพียงผิวเพิน
ทำให้กำลังส่วนมากไม่ชำนาญต่อการรบนอกแบบ ทั้งการซุ่มโจมตี ลอบสังหาร วางกับดัก
ก่อวินาศกรรม และการแทรกซึมล้วงความลับสำคัญต่างๆ หากไม่ใช่หน่วยที่มีฝึกมาเป็นพิเศษแล้ว
แทบจะไม่ต่างจากชาวบ้านธรรมดาติดอาวุธเลยแม้แต่น้อย

จึงทำให้จักรวรรดิเปิดรับชาวต่างชาติต่างมิติจำนวนไม่น้อยทำหน้าที่ในการจารกรรมและลอบสังหาร
หรือการคุ้มกันบุคคลสำคัญ และต่อต้านการแทรกซึม เป็นเส้นทางที่ชาวต่างถิ่นเหล่านั้น
จะประสบความสำเร็จได้รวดเร็วและง่ายดาย แม้ว่าจะหมายถึงต้องอยู่แต่ในเงามืดก็ตาม

นอกเหนือจากนั้น ทางจักรวรรดิยังรับผู้เชี่ยวชาญภาคปฏิบัติที่เกี่ยวกับการผลิตต่างๆ
เช่น ช่างตีเหล็ก ช่างแกะหิน ช่างกล, กองทหารที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็วหรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
เช่น ทหารม้า ผู้ใช้สัตว์สงคราม เป็นต้น


แก้ไขล่าสุดโดย Livingdead One เมื่อ Sun Mar 14, 2010 4:30 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Livingdead One
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 63
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 29
ที่อยู่ : ทะเลทรายซาฮาร่า...

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Sun Mar 14, 2010 3:07 pm

2. สหภาพเจ้าครองแคว้น (Union Emirate)

กลุ่มอำนาจที่เข้มแข็งเป็นอันดับสอง เป็นการรวมตัวกันของเหล่า "อาเมียร์(เจ้าเมือง)" ต่างๆใน
ทางตะวันตก เดิมในบริเวณแห่งนี้เคยเป็นที่ๆซึ่งจักรวรรดิในตำนานฮารูนด์นำนักโทษต่างๆโดยเฉพาะ
นักโทษการเมืองมาจองจำและใช้แรงงานเยี่ยงทาส ต่อมาในสมัยที่จักรพรรดิแห่งฮารูนด์ไม่อยู่ในราชธรรม
ได้ร่วมมือกับขุนนางกังฉินกดขี่ข่มเหงไพร่ฟ้าประชาชน ทำให้มีการกระด้างกระเดื่องไปทั่วจักรวรรดิและคน
ที่รอดชีวิตจากการปราบปรามอย่างทารุณจำนวนมากถูกคุมตัวมาที่นี่ จนในที่สุดก็ได้ทำการจลาจลในค่าย
แห่งหนึ่งและได้แยกตัวเป็นรัฐเอกราชแห่งแรกและต่อมาเมืองอื่นที่ปฏิวัติสำเร็จก็ได้เข้าร่วมเป็นสหภาพ
ต่อจากนั้นผู้นำกลุ่มนักโทษต่างๆแต่ละคนได้ถูกเลือกให้เป็นเจ้าเมืองรุ่นแรกของแต่ละเมืองหรือไม่ก็นำผู้คน
ไปตั้งบ้านสร้างเมืองใหม่ในจุดที่ทรัพยากรเอื้ออำนวย แล้วต่างพัฒนากันในแบบฉบับของตัวเองแต่ยังคงเป็น
หนึ่งเดียวภายใต้ธง “จารึกแห่งภราดรภาพ”จนทุกวั้นนี้

ต่อมาเมื่อเมื่อเมืองดามุทและรอบๆได้แยกตัวจากสหภาพมาสถาปนาเป็นราชอาณาจักร ทำให้เกิด
สงครามระหว่างสหภาพกับดามุท ที่มีศาสนจักรคอยสนับสนุนด้านกำลัง แต่ก็จบลงที่การเจรจาสันติภาพและ
รองรับอธิปไตยของดามุทเมื่อจักรวรรดิคัลลามันด์ยกทัพบุกสหภาพฯจากทางเหนือ และทำสงครามที่
ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันโดยมีศาสนจักรเป็นพันธมิตร

สภาพภูมิศาสตร์

เป็นทะเลทรายเสียเกือบทั้งหมด แต่ก็มีโอเอซิสกระจายทั่วตลอด โดยเฉพาะตอนกลางของแคว้น
นั้นมีทะเลสาบอุมมาที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของสหภาพฯหล่อเลี้ยงอาหารไปยังส่วนที่ห่างไกล ทางเหนือยังมีทิวเขา
ต่างๆกระจัดกระจายทั่วไปซึ่งไม่ได้มีมากนัก ทางด้านสุดตะวันตกจะมีพื้นที่แห้งแล้งผืนใหญ่คั่นระหว่าง
เมืองชายแดนกับตอนกลาง ทำให้การเดินทางไปยังบริเวณนั้นทำได้ลำบาก และได้ชื่อว่า เป็นจุดที่พวกโจร
ทะเลทรายและพวกนอกกฎหมายอื่นๆใช้เป็นฐานที่มั่นอีกด้วย เนื่องจากยากต่อการตรวจตราโดยละเอียด

เศรษฐกิจ

ด้วยความที่ภูมิประเทศมีความหลากหลาย ทำให้สหภาพฯมีวัตถุดิบในการผลิตอุตสาหกรรมทุก
ชนิด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีปริมาณมากจนสามารถส่งออกนอกประเทศได้ แต่ก็เพียงพอต่อความต้องการภายใน
และขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยสิ่งที่มีเหลือล้น นั่นคือแรงงาน จึงทำให้สินค้าส่งออกนั้นถ้าไม่ใช่สิ่งที่ซื้อมาจาก
ที่อื่นแล้วเพื่อเก็งราคาขายต่อ ก็เป็นสินค้าที่แปรรูปจากวัตถุดิบนำเข้าเพื่อเพิ่มมูลค่า หรือเป็นงานฝีมือ
หลากหลายรูปแบบจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละเมือง

รายได้รัฐส่วนใหญ่ได้จากเก็บภาษีต่างๆ โดยเฉพาะจากพ่อค้าที่เดินทางเข้ามาค้าขาย เพราะ
สหภาพฯนั้นมีพรมแดนเชื่อมต่อกับแคว้นอื่นถึง 4 แคว้น จึงเป็นเสมือนจุดนัดพบของเหล่าพ่อค้าที่มาจากที่
ต่างๆ นอกจากนี้ รัฐบาลของแต่ละเมืองให้การคุ้มครองพ่อค้าเหล่านั้นอย่างดี แม้แต่พื้นที่ๆเสี่ยงสุดก็ตาม


สภาพสังคม

ปกครองโดยระบอบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกในหมู่เจ้าเมือง เจ้าเมืองแต่ละคน
ก็ขึ้นดำรงตำแหน่งด้วยเงื่อนไขตามแต่ละเมืองกำหนดไว้ เช่น แข่งประลองยุทธ์ เลือกตั้ง สืบสายเลือด
เป็นต้น เมื่อได้รับเลือกเป็นประมุขของประเทศ ศูนย์กลางการปกครองจะย้ายไปเมืองที่เจ้าเมืองถูกเลือกโดย
อัตโนมัติหากไม่มีมติใดเป็นพิเศษ และเมื่อมีวาระใดเกี่ยวพันกับกับสถานะภาพของสหภาพฯ เจ้าเมืองต่างๆ
จะเข้าประชุมเพื่อตัดสินเรื่องนั้นๆ และแต่ละเมืองจะไม่มีสิทธิก้าวก่ายเรื่องภายในของเมืองอื่นๆ

ทั้งนี้ นโยบายโดยรวมของรัฐบาลกลาง จะมีรูปแบบสังคมนิยม คือ รัฐจะออกสวัสดิการดูแล
เกื้อหนุนประชาชนในทุกๆด้าน แม้แต่กลุ่มที่ตามปรกติสังคมอื่นทอดทิ้ง เช่น คนยากจน คนพิการ แม่ม่าย
เด็กกำพร้า เป็นต้น

การศึกษาโดยเฉลี่ยนั้นยังไม่สูงและทั่วถึงนัก แล้วแต่นโยบายของเมืองนั้น แต่โดยหลักๆมักเป็น
วิชาชีพต่างๆ ส่วนความรู้ขั้นสูงจะเน้นไปด้านการบริหารปกครอง และการทหารเพื่อป้อนบุคลากรแก่รัฐ
ด้านวิทยาการและเวทมนต์ไม่ได้รับการสนใจจากส่วนบริหารมากเท่าใด จึงมีนักผู้รู้น้อยมาก

ที่นี่มีเสรีภาพในการนับถือศาสนามาก เนื่องจากนโยบายรัฐแต่ละเมืองแตกต่างกันแม้ว่าจะอยู่ใน
สหภาพฯเหมือนกัน ทำให้แม้ว่าจะถูกปฏิเสธในเมืองหนึ่งก็ยังสามารถดำรงอยู่ในเมืองอื่นๆได้ตราบเท่าที่ไม่
กระเทือนต่อความมั่นคงโดยรวมของสหภาพฯ ยิ่งในปัจจุบันสหภาพฯได้ผูกมิตรกับศาสนจักร ทำให้ศาสนา
คริสต์ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย แต่ประชากรส่วนใหญ่ยังคงนับถือศาสนาซาลาม แม้ว่าความสัมพันธ์
กับทางผู้ดูแลวิหารศักดิ์สิทธิจะห่างเหินจากการที่หันไปคบกับพันธมิตรต่างศาสนา

คตินิยมของที่นี่เน้นไปทางด้านสังคมและจริยธรรม เชื่อกันว่าสิ่งที่จะทำให้อาณาจักรแห่งพระผู้
เป็นเจ้าบังเกิดในโลกนี้ได้ มิได้เกิดจากผู้นำที่ทรงคุณธรรมเพียงคนเดียว แต่เกิดจากการมีร่วมแรงร่วมใจของ
ทุกกลุ่มชน

อัตตลักษณ์ทั่วไปของชาวสหภาพฯ หากไม่นับรวมถึงวัฒนธรรมเฉพาะของแต่ละเมือง ก็นับเป็น
ชนชาติที่มีสำนึกในเรื่องสิทธิและหน้าที่มาก แต่ละปัจเจกบุคคลล้วนมีระเบียบวินัยซึ่งไม่ได้เกิดจากอำนาจ
บังคับจากเบื้องบนใดๆ แต่เกิดจากการที่ชนเหล่านั้นสร้างกฎเกณฏ์เหล่านั้นโดยพวกเขาเองด้วยสิทธิที่ตนมี
และเคารพกฏเหล่านั้นในฐานะเครื่องหมายของสิทธิของผู้ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันในสังคม จึงยากที่จะเห็น
การใช้อภิสิทธิ์เสียจนแม้แต่คนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหรือคนที่ยากแค้นที่สุดก็ยังต้องหาเลี้ยงชีพเยี่ยงปุถุชน ใน
ขณะเดียวกันก็ทำให้ชาวสหภาพฯแทบไม่รู้จักการประณีประนอมผ่อนปรณต่อเรื่องเล็กๆน้อยๆ จึงมักมี
ปัญหาต่อชาวต่างถิ่นที่ไม่ทราบธรรมเนียมปฏิบัติ จนทำให้มักจะบอกต่อกันว่าชาวสหภาพเป็นพวกที่จู้จี้เจ้า
ระเบียบ แม้ว่าจะเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียวก็ตาม

การทหารและการว่าจ้าง

หากสงครามตัดสินจากระเบียบวินัยภายในกองทัพ คงกล่าวได้ว่านอกจากกองทัพแห่งจักรวรรดิ
ฮารูนด์ในตำนานแล้ว คงมิอาจหาอื่นใดเทียบกับกองทัพแห่งสหภาพ ทุกก้าวย่างเทียงตรงดุจขีดเส้นไว้ ทุก
ลมหายใจเข้าออกดุจปอดเดียวกัน ทุกศาสตราฝึกฝนจนราวกับเป็นร่างกายส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจะเดินเท้าหรือม้า
ต่างเหี้ยมหาญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าอัศวินผู้ปลดตนเป็นไท “มามลุก” ที่สืบทอดวิทยายุทธ์
ต่างๆ จากเหล่าอดีตขุนศึกผู้ถูกทอดทิ้งจากความอยุติธรรมของสังคม แม้กาลเวลาจะผ่านไปนับศตวรรษ ก็ยัง
เป็นที่ครั่นครามไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้อย่างสง่าผ่าเผยด้วยศาสตรานานาชนิด หรือการสังหารอย่างไร้ร่องรอย
ในมุมมืดของสนามรบ ไม่มีนักรบอื่นใดเพียบพร้อมเท่าพวกเขาเสียแล้ว

แต่บัดนี้กองทัพแห่งสหภาพได้เจอศัตรูที่ยากต่อกร นั่นคือ โลกที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เมื่อโลก
แห่งซาฮารันนี้ได้รู้จักกับศาสตร์พิสดารจากต่างแดน “เวทมนต์” ทำให้สมรภูมิได้เปลี่ยนแปลงไป เกราะ
เหล็กที่สวมใส่ถูกเผาผลาญด้วยไฟบรรลัยกัลป์ มันซับซ้อนเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจ และยากที่จะ
เปลี่ยนแปลงเหล่านักรบผู้กล้าละทิ้งความเชื่อมั่นในศาสตรา มาหยิบจับมายากลที่ไม่ได้ให้สิ่งใดนอกจากพลัง
กับความสะดวกสบายที่นำไปสู่ความอ่อนแอแห่งจิตใจ ยังไม่นับรวมถึงอาวุธประหลาดจากทิศเหนือ “ปืน”
ที่ต้องใช้แร่ธาตุอันหายากและผู้ที่เชี่ยวชาญในการผลิตและกุมบังเหียนมันในสนามรบ ด้วยเหตุนี้กองทัพ
แห่งสหภาพฯ จึงเป็นรองในสงครามสมัยใหม่ที่วัดกันด้วยเทคโนโลยีอย่างยิ่งยวด

ทางสหภาพฯจึงเปิดรับเหล่าจอมเวท และผู้เชี่ยวชาญในวิทยาการสมัยใหม่จำนวนมาก เพื่อที่จะ
พัฒนากองทัพให้ทัดเทียมแคว้นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผลิต เช่น ช่างปืน ครูสอนเวท หรือ ฝ่ายปฏิบัติในแนว
หน้าของสนามรบก็ตาม

นอกจากนี้ ทางสำนักงานคริสต์ศาสนจักรประจำสหภาพฯยังเปิดรับนักบวชใหม่ เพื่อเผยแพร่พระ
ศาสนาในแคว้นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสามารถใช้เวทสายรักษาได้ อาจรับพิจารณาเป็นพิเศษ เพื่อส่งไปยัง
ชายแดนต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวสหภาพฯที่ได้รับความเสียหายจากสงครามด้วย
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Prim_15505
Amateur
Amateur
avatar

จำนวนข้อความ : 1257
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 26
ที่อยู่ : ปราสาทเสื่อมมม

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Sun Mar 14, 2010 3:54 pm

หุววววววววววววว

น่าสนใจมากๆเลยฮะทั่นบัง...เด๋วจะมาขอร่วมแจมด้วยคนฮะ Very Happy
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Livingdead One
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 63
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 29
ที่อยู่ : ทะเลทรายซาฮาร่า...

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Sun Mar 14, 2010 7:54 pm

3. ราชอาณาจักรคีตทับบุล (Khetabul Khanate)

ทุ่งหญ้ากว้างแห่งทิศใต้นี้ เป็นบ้านเกิดของชายผู้หนึ่ง ที่เคยรวบรวมเผ่าเร่ร่อนต่างๆ ให้กลายเป็น
กองทัพทหารม้าอันน่าสะพรึงและโจมตีจนจักรวรรดิฮารูนด์นั้นเกือบสิ้นสูญครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์
แห่งซาฮารันนี้ ในปัจจุบันภาพความน่ากลัวเหล่านั้นหมดไป ทุกวันนี้ผู้คนรู้จักที่นี่ในฐานะดินแดนเกษตรกรรม
ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยโอเอซิสที่เกิดจากตาน้ำจำนวนมากมาย เนื้อย่างหอมกรุ่นและม้าพันธุ์ดีจากชาวเร่ร่อนพื้นเมือง
ทิวทัศน์อันสวยงามของทุ่งหญ้าเขียวขจีอันกว้างใหญ่ราวไม่สิ้นสุด ซึ่งขัดกับพื้นที่ส่วนมากของโลกที่เป็นทะเลทราย
และเหนืออื่นใด คือ ความสงบสุขอันเกิดจากการที่ดำเนินนโยบายเป็นกลางกับความขัดแย้งระหว่างแคว้นต่างๆ
จนแม้แต่พ่อค้าที่มาจากแคว้นที่ทำสงครามกันและกัน ก็สามารถค้าขายกันได้ในที่นี่
นับเป็นดินแดนที่สวรรค์ประทานลงมาให้มนุษย์โดยแท้

เมืองหลวงแห่งอาณาจักรนี้คือ เมืองตาการ์ ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านงานไม้ดีที่สุดในโลกอีกด้วย

สภาพภูมิศาสตร์

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์ด้วยโอเอซิสที่มีมากกว่าแห่งอื่นๆในโลก
ส่วนหนึ่งเพราะว่าพื้นที่ส่วนขั้วโลกนั้นเป็นจุดที่มีแรงดันน้ำบาดาลมากที่สุด ในขณะที่
ขั้วโลกเหนือซึ่งเป็นที่ตั้งจักรวรรดิคาลามันด์นั้นเปลือกโลกหนาจากการที่เป็นภูเขา
พื้นที่ของอาณาจักรฯนี้กลับเป็นจุกที่เปลือกโลกบาง จึงมีน้ำซึมขึ้นมามากกว่าที่ไหนๆ
เขตที่เป็นทะเลทรายนั้นมักจะเป็นบริเวณชายแดนซึ่งพ้นเขตเปลือกโลกบางไปแล้ว
พื้นที่นอกจากนั้นก็จะเป็นป่ารอบโอเอซิสที่ชาวคีตทับบุลอนุรักษ์ไว้เพื่อป้องกันปัญหาดินทรุด
และยังใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจได้ในฐานะแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ป่าที่ไม่สามารถเลี้ยงใน
ปศุสัตว์แต่สร้างรายได้ให้ชุมชนและรวมไปถึงอุตสาหกรรมไม้อันลือชื่อด้วย

เศรษฐกิจ

มิอาจปฏิเสธได้ว่า ที่นี่คือสวรรค์บนดินของเหล่าแกษตรกร ดังนั้น สิ่งที่ผลักดันแคว้นนี้สู่ความเจริญนั้น
คือ ผลผลิตต่อปีทีมากกว่าแคว้นอื่นใด จนสร้างรายได้จากการส่งออกสู่ตลาดโลกในหลากหลายรูปแบบ
ทั้งขายโดยตรง เช่น ถั่ว ข้าวสาลี ธัญญาหารต่างๆ หรือแปรรูปแล้ว เช่น เนื้อแดดเดียว เนยแข็ง สมุนไพร
นานาชนิดที่รอการแปลงเป็นนานาเวชภัณฑ์ เป็นต้น ม้าพันธุ์ดีสามารถนำความมั่งมีมาสู่เหล่าพเนจรชนด้วย
ชื่อเสียงว่าพละกำลังมากกว่าม้าทั่วไป ได้การอบรมฝึกสอนมาพร้อม จนเป็นที่นิยมในบรรดาขุนศึก
ต่างแคว้นทั้งหลาย สุดท้ายอุตสาหกรรมป่าไม้ที่มีพร้อมทั้งแหล่งวัตถุดิบ และการจัดการที่ดีภายใต้การดูแลของรัฐ
ทำให้มีไม้เนื้อดีส่งออกตลอดปีโดยที่ธรรมชาติไม่เสียสมดุล

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าคีทับบุลนั้นมีทุกสิ่งให้เลือกสรร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินอ่อนและไม่มีภูเขา จึงทำให้
ขาดแคลนทรัพยากรแร่ธาตุต่างๆ โดนเฉพาะเหล็กและหินที่จำเป็นในการการทหารและความมั่นคง ด้วยเหตุนี้เอง
งบประมาณจำนวนไม่น้อยจึงถูกใช้ในการจัดหาสิ่งเหล่านี้

ส่วนการเก็บภาษีนั้นแทบไม่ก่อให้เกิดรายได้ เนื่องจากประชากรมากกว่าครึ่ง เป็นชนเผ่าเร่ร่อน
ดำเนินการลำบาก ส่วนที่ลงหลักปักฐานจำนวนไม่น้อยมักเป็นชาวต่างแคว้นที่ได้รับสัมปทานทำธุรกิจที่มักมี
ข้อตกลงระหว่างประเทศคุ้มครองด้านภาษี และน้อยมากที่ทางการจะกดดันเนื่องจากส่งผลต่อความสัมพันธ์ทาง
การทูต รัฐจึงเก็บภาษีจากพลเรือนแท้ๆในรูปแบบผลผลิตเกษตรมากกว่าตัวเงิน เพื่อหวังผลด้านกลไกราคาจาก
การขายสู่ท้องตลาดในนามรัฐวิสาหกิจ ไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชนมากเกินไป

สภาพสังคม

ปกครองโดยระบอบกษัตริย์ที่มี “ข่าน” เป็นประมุข แต่ที่แตกต่างจากบ้านเมืองที่ปกครองระบอบนี้โดยทั่วไป
คือ มีข่านทั้งหมด 7 ราชวงศ์ จาก 7 เผ่าใหญ่ที่เป็นเอกเทศ จนทำใด้คีตทับบุลมีสมญานามหนึ่งว่า “ ดินแดน 7 กษัตริย์ ”

และแต่ละราชวงศ์จะขึ้นปกครองกันละ 1 รัชสมัย เมื่อรัชการปัจจุบันสิ้นลง บัลลังค์จะเวียนไปยังราชวงศ์ถัด
ไปตามลำดับที่ได้กำหนดไว้ในกฏมณเฑียรบาล ในขณะเดียวกัน ข่านองค์อื่นๆที่ไม่ได้ครองบัลลังค์จะมีสิทธิ์ใน
การปกครองเผ่าเร่ร่อนของตนเองเต็มที่ราวกับเป็นอาณาจักรของตนเอง โดยที่ราชสำนักกลางและเผ่าอื่นๆ
ไม่มีสิทธิ์แทรกแซง นโยบายกลางนั้นหากไม่มีข้อตกลงใดๆเฉพาะ ก็จะขึ้นอยู่กับข่านที่ครองรัชสมัยปัจจุบัน
ชาวเร่ร่อนพื้นเมืองต่างๆนั้นจะอยู่ในโอวาทของข่านเผ่านั้นๆ ซึ่งกระจายอำนาจตามกลุ่มย่อยที่มีผู้ใหญ่บ้านดูแล
ส่วนชาวเมืองนั้นจะอยู่ในอำนาจของราชสำนักกลาง

การศึกษาต่ำมาก เยาวชนแทบทั้งหมดเรียนรู้จากสังคมครอบครัวและเผ่าของตัวเองที่ล้วนเป็นญาติใน
ระดับแตกต่างกันไป ความรู้ส่วนใหญ่จะเป็นความรู้ที่จำเป็นต่ออาชีพและชีวิตประจำวัน หากเป็นผู้ชาย
ก็จะได้รับการสั่งสอนวิชาการทหารจากผู้ใหญ่ในเผ่าตามที่ตกลงไว้กับราชสำนักกลาง ผู้ที่มีการศึกษา
ระดับมาตรฐานขึ้นไปมักจะเป็นชาวเมือง ซึ่งหลายๆครั้งชนเร่ร่อนมักเรียนรู้วิชาการใหม่ๆที่ไม่เคยมีใน
เผ่าจากปัญญาชนเหล่านี้ ทั้งเพื่อนำไปพัฒนาความเป็นอยู่หรือสนองความพอใจส่วนบุคคล

เสรีภาพทางศาสนานั้นมีมากพอสมควร ขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของข่านเผ่านั้นๆต่อศาสนา หากไม่มี
การคัดค้านสมาชิกในเผ่าก็จะสามารถเลือกที่จะนับถือตามศรัทธา แต่ถ้าไม่ ก็จะมีความเสี่ยงถึงขั้นมี
การลงโทษภายในอย่างรุนแรงเลยทีเดียว ศาสนาซาลามมีศาสนิกชนจำนวนมากในอาณาจักรแห่งนี้แต่ก็
มิได้เป็นศาสนาหลักของแคว้น เนื่องจากความเชื่อดั้งเดิมในการบูชาผีบรรพบุรุษก็ยังครองศรัทธาได้
ไม่แพ้ศาสนาซาลาม ส่วนศาสนาคริสต์นั้นเติบโตอย่างรวดเร็วในหมู่ชาวเมือง และชนเร่ร่อนบางส่วน

คตินิยมของที่นี่มีสองอย่าง คือ “อิสระคือทุกสิ่ง” ชาวคีททับบุลถือว่าการที่ทำทุกสิ่งได้โดยไม่มีขอบเขตใดๆ
คือสิ่งที่ประเสริฐที่สุด กับ “ความซื่อสัตย์และกตัญญู คือ สมบัติของยอดคน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวสังคมที่
ขาดระเบียบวินัยให้ยังอยู่รอดได้จนทุกวันนี้

อัตตลักษณ์ของชาวคีตทับบุลนั้นสะท้อนตามสิ่งที่พวกเขาเชื่อ โดยเฉพาะชนเร่ร่อนที่ซื่อสัตย์ต่อนายของตน
ไม่ละทิ้งพวกพ้อง ยากที่จะโป้ปดมดเท็จ และกตัญญูต่อผู้มีพระคุณชนิดสละได้แม้ชีวิต แต่ชาวต่างแคว้นต่างเมือง
กลับมิได้จดจำภาพเหล่านั้น ในมุมกลับกัน คนเหล่านั้นกลับจดจำความไร้มารยาทจนไม่ต่างอะไรกับคนเถื่อน
ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ และที่สำคัญ อาฆาตแค้นชนิดกัดไม่ปล่อยดั่งคำกล่าวที่ว่า
“บุญคุญต้องทดแทน หนี้แค้นต้องชำระ”

การทหารและการว่าจ้าง

เสียงฝีเท้าม้าอันกึกก้องที่เคยเป็นฝันร้ายของกองทัพแห่งจักรวรรดิฮารูนด์ในตำนาน ยังคงรอวันที่จะกลับมาหลอก
หลอนศัตรูแห่งมาตุภูมินี้อีกครั้ง ด้วยความปราดเปรียวราวไม่มีวันไล่ได้ทันทำให้เหล่านักแม่นธนูบนหลังม้าสามารถ
หลีกหนีอันตรายใดๆที่คืบคลานเข้ามาได้ ผนวกกับธนูประกอบ(Composite Bow)ที่ทำจากเขาสัตว์ เอ็น และ
ยางไม้ชั้นดีพร้อมความแม่นยำที่สามารถเด็ดชีพแม้แต่ทหารม้าด้วยกันราวกับเป้านิ่ง คนโชคร้ายเหล่านั้นไม่ต่างอะไร
จากสัตว์ที่ถูกล่าในทุกๆวัน หากเหยื่อเหล่านั้นซ่อนในที่กำบัง ย่อมเจอสารพัดขีปนาวุธหนัก ไม่ว่าจะเป็นศรขนาดเท่า
ทวนทหารม้าจากหน้าไม้ยักษ์(Balista) ศิลาใหญ่ที่มาจากเครื่องดีดหรือเหวี่ยงหินนานาชนิด ซึ่งก่อกำเนิดจากฝีมือ
ช่างไม้ชั้นครูที่ทำให้พวกมันนอกจากทรงพลังแล้ว ยังเคลื่อนย้ายและประกอบใช้งานได้ง่ายรวดเร็วกว่าของแคว้นใดๆ
สารพัดสัตว์ที่ถูกนำมาใช้ในสงคราม ตั้งแต่สุนัขที่ถูกฝึกมาเพื่อล่าไปจนถึงอสรพิษที่จับใส่ไหก่อนเหวี่ยงด้วยเครื่องดีด

แต่ถึงกระนั้นชาวคีตทับบุลก็ไม่ใช่เจ้าสมรภูมิ เมื่อพวกเขาพบว่าธรรมชาติอันยิ่งใหญ่กำหนดให้พวกเข้าอยู่อย่างสงบ
มากกว่าศึกสงคราม กองทัพที่ได้ชื่อว่าเสบียงอาหารไม่มีวันหมดกลับขาดแคลนยุทโธปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นในการทำศึก
โดยเฉพาะโลหะต่างๆที่นำมาทำอาวุธและเครื่องป้องกันต่างๆได้ดีกว่าไม้ และหนังสัตว์ จึงทำให้การปะทะส่วนใหญ่มักอยู่ในรูป
“ตีแล้วชิ่ง” มากกว่า “ฉะซึ่งๆหน้า” เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เป็นเช่นนั้น ผู้ที่ต้องหลั่งเลือดมากที่สุดคือนักรบเหล่านั้นเอง

ด้วยเหตุนี้เองข่านต่างๆจึงเสาะหานักรบต่างแดนที่ช่ำชองในสมรภูมิที่ห่ำหั่นในระยะประชิดและมีศาตราเครื่องป้องกันต่างๆ
ในครอบครองเองพร้อม ให้มากที่สุดเท่าที่หาได้ ต่อให้ไม่สามารถตอบแทนคนเหล่านั้นในรูปแบบเงินตราได้ก็ยินดี
ที่จะเสนอผลประโยชน์ทุกรูปแบบให้มาสวามิภักดิ์ในท้ายที่สุด

นอกจากนี้ หากผู้ใดมีความรู้อันสามารถนำไปพัฒนาบ้านเมืองไม่ว่าจะในทางสันติหรือสงคราม ราชสำนักกลางยินดีรับ
เข้าทำงานเพื่อพัฒนามาตุภูมิให้ยิ่งใหญ่ ดั่งที่เคยเขย่าโลกใบนี้ครั้งหนึ่ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
YunozukaE
Admin
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 328
วันที่เข้าบอร์ด : 01/02/2010
อายุ : 28
ที่อยู่ : ตามแต่ใจจะโหยหา

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Mon Mar 15, 2010 10:22 pm

โอ้ส โปรเจ็คท่านบังท่าจะสุดยอดมาก

ข้อมูลแน่นมากอ่า ....น่าสนใจจิงๆ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


>> W e l c o m e t o m y W O L R D <<

~[ Let's Go to MCC ]~



ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://mcclub.thai-forum.net
Sakura-Kung
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 41
วันที่เข้าบอร์ด : 01/02/2010
อายุ : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Tue Mar 16, 2010 6:20 am

ยุ่งยากพางง

ไม่คอยอยาดเล่น

แต่อะช่วย

ชอบอยู่เบื่องหลาง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
★~『セイジ死神』~★
Junior
Junior


จำนวนข้อความ : 335
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Tue Mar 16, 2010 6:49 am

จินตนาการกว้างขวางดีนะฮะ Very Happy

เห็นพิมพ์ออกมาซะเยอะ เลยนึกถึงตอนที่ต้องนั่งพิมพ์นิยายมือหงิกมืองอ=x=
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
nutkey
Senior
Senior
avatar

จำนวนข้อความ : 546
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 24

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Tue Mar 16, 2010 12:07 pm

ของเป็นพวกโจรดีก่า

เอิ๊กกกกก
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
rangka
Junior
Junior
avatar

จำนวนข้อความ : 364
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 23
ที่อยู่ : Loli~in~her glasses !

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Tue Mar 16, 2010 12:30 pm

ทะเลทรายหรอเนี่ย....แนวไปอีกแบบ แฮะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://rangka.exteen.com
By~ne
Senior
Senior
avatar

จำนวนข้อความ : 885
วันที่เข้าบอร์ด : 01/02/2010
อายุ : 22
ที่อยู่ : MCC

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Tue Jun 22, 2010 6:40 pm

โห สุดยอดเลยพี่บัง...นี่แค่เกริ่นเรื่องนะเนี่ย ละเอียดยิบสุดๆไปเลย

สุดยอดเลยครับ >w< ไอเดียสร้างสรรค์ล้นหลามจริงๆ

สนับสนุนฮะ! ไว้ถ้ามีโอกาสจะแจมนะครับ Razz
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Livingdead One
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 63
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 29
ที่อยู่ : ทะเลทรายซาฮาร่า...

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Thu Jun 24, 2010 10:31 pm

อัพเดทโฆษณาบอร์ด พร้อมแอดเดรสและระบบคร่าวฮับ!
(แต่ยังไม่ต้องสมัครนะ ขอClose-Betaระบบก่อน)

ดูได้ที่เรปสอง...


ฮัดช่าห์!!!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Livingdead One
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 63
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 29
ที่อยู่ : ทะเลทรายซาฮาร่า...

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Sun Jun 27, 2010 10:01 pm

ระบบโดยรวมของ Al-Zaharan
ในบอร์ดนี้จะมีระบบ 2 ระบบ ขนานกันอยู่ คือ Faction Conflict กับ Merchant Trade

Faction Conflict เป็นยังไง?
ระบบนี้จะให้ผู่เล่นสวมบทบาทเป็นคนจากที่อื่นๆที่ไม่ใช่โลกของเกม แล้วทำการเลือกเข้าฝ่ายต่างๆ ที่กำลังช่วงชิงความได้เปรียบกันและกัน
แต่ละฝ่ายก็จะมีนโยบาย (Policy) ต่อผู้เล่นในฝ่ายตน และท่าทีต่อฝ่ายอื่นแตกต่างกัน นโยบายนี้เองที่เป็นตัวกำหนดรูปแบบภารกิจ (Mission) ที่ปรากฏให้ผู้เล่นในฝ่ายนั้นๆเลือกที่
จะเล่น เมื่อภารกิจนั้นเสร๊จสิ้นไม่ว่าจะลุล่วงหรือล้มเหลว จะส่งผลต่อความได้เปรียบ - เสียเปรียบของฝ่ายนั้นๆ และเนื้อเรื่องทั้งหมดของเกม

Merchant Trade ละ?
ระบบนี้จะให้ผู้เล่นทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลาง คอยนำไอเท็ม(Item)ที่ได้มาโดยวิธีต่างๆ ทั้งแลกเปลี่ยนซื้อขายกับผู้เล่นหรือNPC ทำเควส (Quest) ต่างๆ เป็นต้น
ไปขายหรือทำเควสอื่นในเมืองต่างๆ เพื่อให้ได้เงินมากขึ้นหรือไอเท็มมากกว่าเดิม ไม่ก็ดีกว่าเดิม ไอเท็มต่างๆจะมีราคาแลกเป็นเงินไม่เท่ากันในแต่ละเมือง
สร้างกำไรได้เป็นกอบเป็นกำแก่ผู้เล่น หรือนำไปสร้างไอเท็มหายาก(Rear Item)เพื่อเอาไปขายต่อหรือเก็บไว้ใช้เองก็ได้ จึงสรุปได้ว่า จุดหมายของระบบนี้คือสร้าง
ความสำเร๊จในด้านทรัพย์สินของผู้เล่นนั้นนั่นเอง

สำหรับรายละเอียดของระบบภายในบอร์ด มีดังนี้ :
1. ตัวละคนของผู้เล่น
  • แบ่งออกเป็นสองสถานะ คือ ตัวละครที่เป็นOfficer(รับราชการ) กับ ตัวละครที่เป็น Merchant(พ่อค้า) เมื่อเลือกฝ่าย
  • Officer ทำได้ทั้ง Mission ของเนื้อเรื่องหลักประจำฝ่ายในห้องประชุมสงคราม (War Room) หรือ เควสและการแลกเปลี่ยนซื้อขายในห้องตลาด (Market Room) ก็ได้ แต่เฉพาะของฝ่ายตัวเองเท่านั้น ไม่สามารถเข้าห้องของฝ่ายอื่นได้
  • Officer ต้องเป็นตัวละครที่ทางบอร์ดตรวจสอบแล้วว่าไม่ทำให้สมดุลของเกมเสีย จึงอนุมัติให้เข้าร่วมเกมได้
  • Officer จะอนุญาติให้เริ่มต้นมีไอเท็มติดตัวหรือผู้ติดตามที่คิดขึ้นเอง (Original Item/Follower) เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ความสามารถของสิ่งติดตัวไม่จำกัดตราบเท่าที่ไม่ทำให้เกมเสียสมดุล
  • Merchant จะไม่สามารถเข้า War Room หรือทำ Mission ของฝ่ายตัวเองได้เลย แต่สามารถไปยัง Market Room ของฝ่ายอื่นๆที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับฝ่ายตนได้อิสระ
  • Merchant นั้นสามารถสร้างได้เอง โดยที่ไม่ต้องผ่านการอนุมัติ แต่หากทำให้เกิดความเสียหายต่อเกมอาจมีการตักเตือนและแก้ไขภายหลัง
  • ตัวละครหนึ่งสามารถมีสถานะได้เพียงอย่างเดียว พร้อมบัญชีเงินและสิ่งของสำหรับตัวละครนั้นเฉพาะหนึ่ง
  • ผู้เล่นสามารถมีหลายตัวละครพร้อมบัญชี แยกอิสระต่อกันได้ แต่หากเกิดการแลกเปลี่ยนกันเองระหว่างตัวละครต้องมีความสมเหตุสมผลด้วย


2. เริ่มต้น การเข้าฝ่าย และการเดินทาง
  • เมื่อเริ่มต้นเกม ผู้เล่นต้องวาดอินโทรให้ตัวละเข้ามายังโลกแห่ง Al-Zaharan นี้ และถึงเมืองที่ได้ปรากฏในเนื้อเรื่องว่าเป็นเมืองเริ่มต้น(เมืองท่าข้ามมิติ)ในซีซั่นนั้นๆ
  • หากผู้เล่นต้องการจะย้ายฝ่ายหรือเดินทางไปยังเมืองอื่นสำหรับMerchant ต้องวาดอินโทรเข้าเมืองนั้นๆด้วย ไม่จำกัดหน้า แต่หากมีเงื่อนไขเควสย่อมต้องสอดแทรกลงไป
  • อินโทรสำหรับการย้ายฝ่ายของOfficer ให้ลงไว้ในห้องสนามรบกลาง(ในที่นี้คือ Great Desert ) ส่วนของMerchant ทั้งย้ายฝ่ายและเดินทางตามปรกติให้ลงไว้ใน Market Room ต้นทางได้เลย
  • Merchant เริ่มต้นจะมีเงินติดตัวจำนวนหนึ่ง


3. นโยบาย ภารกิจ และการดำเนินเนื้อเรื่อง
  • นโยบาย(Policy) ของแต่ละฝ่ายนั้นจะแยกแสดงอยู่ 2 ที่ คือ ในห้องสนามรบกลาง กับ War Room ของฝ่ายนั้นๆ
  • Policy ในห้องสนามรบกลาง(Great Desert )จะแสดงนโยบายของทุกฝ่าย แต่เฉพาะที่เปิดเผยได้เท่านั้น
  • Policy ในห้องประชุมสงครามประจำฝ่าย จะแสดง Policy อย่างละเอียด รวมไปถึงส่วนที่เป็นความลับฝ่าย (Faction's Secret) ด้วบ
  • Mission จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ต่อสู้(Fight) กับเควส (Quest)
  • Fight จะเหมือนระบบVSทุกประการ ส่วนการตัดสินแล้วแต่กำหนด เช่น โหวตจากผู้อ่าน หรือ แข่งด้วยความเร็วในการบรรลุเงื่อนไข
  • Quest จะตัดสินด้วยการบรรลุเงื่อนไขเท่านั้น และต้องทำโดยฝ่ายที่ได้รับเท่านั้น
  • ภารกิจลับ(Secret Mission) จะถูกลงไว้ใน War Room ของฝ่ายนั้น แต่เมื่อสิ้นสุดไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ จะถูกนำออกมาลงใน Great Desert
  • เมื่อทำภารกิจลุล่วง ตัวละรก็จะได้รับเงินและไอเท็มต่างๆ ขึ้นอยู่กับPolicy และพื้นเพทางสังคมของฝ่าย
  • ตัวละครหนึ่งสามารถทำได้แค่ Mission เดียวในเวลาเดียวกัน แต่หากภารกิจเสร๊จสิ้นแล้วสามารถที่จะทำ Mission อื่นต่อได้จนกว่าจะหมดรอบ (Round) นั้นๆ
  • การดำเนินเนื้อเรื่อง จะเดินตามคะแนนความก้าวหน้า(Progressive Score)ของแต่ละฝ่าย ซึ่งได้จากการทำ Mission ต่างๆให้ลุล่วง
  • ทุกๆ Round จะมีเพดานคะแนนความก้าวหน้า (Progressive Score's Ceiling Level - PSCL) ทันทีที่มีฝ่ายหนึ่งทำ Progressive Score ได้ถึงที่กำหนด ก็จะเป็นผู้ชนะในรอบนั้นๆไป และเนื้อเรื่องก็จะดำเนินต่อไป
  • ส่วน Quest ใน Market Room นั้น ไม่ถูกนับรวมในเนื้อเรื่องหลักของเกม แต่ Quest เหล่านี้จะทำให้ได้รับ Item นอกเหนือจากที่ได้จากการทำ Mission รวมไปถึง Rear Item ด้วย


4. ภารกิจสายลับ (Spy Mission)
  • เป็น Mission สำหรับตัวละครที่ต้องการย้ายฝ่าย และในขณะเดียวกันก็เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายเดิมของตัวละครนั้น โดยรับรู้ Faction's Secret ของฝ่ายปลายทาง
    ส่งผลต่อเนื้อเรื่องโดยรวมและ Policy ของฝ่ายเดิมของตัวละครต่อฝ่ายปลายทาง ซึ่งอาจแตกต่างจากปรกติเมื่อไม่ได้รับข้อมูลนี้
  • การล้วงความลับ(Secret Investigation) สามารถทำให้ Secret Mission ของฝ่ายตรงข้ามถูกเปิดเผย และกลายเป็น Mission ทั่วไปใน Great Desert ได้ หากฝ่ายเป้าหมาย Mission เป็นผู้ส่งสายลับและต้องการขัดขวาง Mission นั้น
  • Mission จะปรากฏอย่างสุ่ม ในขณะเดียวกันก็จะมีภารกิจล่าสายลับ(Spy Hunting Mission)ปรากฏอย่างสุ่มเช่นกัน
  • Spy Hunting Mission จะเริ่มจากเลือกผู้ต้องสงสัยกันเองภายในฝ่าย และให้ใครคนหนึ่งทำ Mission โดยการสู้แบบVSระหว่างผู้ต้องสงสัยกับคนที่ล่าสายลับ ตัดสินด้วยผลโหวตจากผู้อ่านที่ไม่จำกัดว่าอยู่ในฝ่ายนั้นๆ
  • หากผู้ต้องสงสัยแพ้และเป็นเฉลยว่าเป็นสายลับจริงโดยทีมงานที่ดูแลของฝ่ายนั้น ต้องออกจากฝ่ายนั้นๆ กลับไปอยู่ฝ่ายเดิม


5.NPC
  • แบ่งเป็นสองจำพวก คือ Officer NPC ที่ปรากฏใน Great Desert และ Trader NPC ใน Market Room
  • Officer NPC แบ่งออกได้สองระดับหลักๆ คือ Boss กับ Unit (ทหารเลว)
  • กำลังพล(Force'sStrength)เป็นค่าที่คิดจากจำนวนและความเก่งกาจของ Unit ที่ติดตามเรามา กับของNPCที่เป็นศัตรูเราในการทำภารกิจ เพื่อประมาณความแข็งแกร่งเบื้องต้นทั้งสองฝ่าย
  • เมื่อค่า Force'sStrength มีความแตกต่างกันมากตามสัดส่วนที่กำหนด หากฝ่ายที่มากกว่านั้นเป็นฝ่ายผู้เล่นจำนวนหน้าในเงื่อนไขเควส(Quest Condition)จะลดลง แต่ในขณะเดียวกันหากเป็นฝ่ายตรงข้ามกับผู้เล่นที่มากกว่า จะเป็นการเพิ่มจำนวนหน้า
  • Officer NPCสามารถใช้ความสามารถพิเศษ (Skill) ที่มีติดตัวแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อผู้เล่นและ Quest Condition เช่น Critical Attack, Steal เป็นต้น
  • ค่า Loyalty(ความภักดี) ของ Officer NPC ระดับ Unit เป็นค่าที่ส่งผลต่อการดำเนินเรื่องผ่านวิธีการอื่นๆที่ไม่ใช่การต่อสู้ ว่าจะประสพผลมากน้อยเพียงใด เช่น ติดสินบน
  • ค่า Loyalty ในประวัติของOfficer NPC ระดับ Unit เมื่อเริ่มเกมจะถูกเก็บเป็นความลับ และจะเปิดเผยเมื่อมีผู้เล่นคนใดก็ตามได้ทดลองทำตามที่กล่าวแล้ว
  • วิธีการชนะโดยเลี่ยงต่อสู้ดังกล่าวไม่สามารถใช้กับQuest ที่มีOfficer NPC ระดับBossได้ และไม่สามารถใช้กับBoss ด้วยเช่นกัน
  • Trader NPC คือ NPC ประจำQuestหรือดูแลร้านค้าของตนใน Market Room ของแต่ละฝ่าย ซึ่งบางส่วนได้จากการสมัครของผู้เล่นด้วย


6.ค่าสถานะ (Status)
  • มีทั้งหมด 6 ค่า คือ Str, Dex, Agi, Vit, Int, Luk
  • STR(พละกำลัง) ส่งผลให้จำนวนหน้าในเงื่อนไขเควสของภารกิจที่ไม่มี Officer NPC ระดับBoss(Non-Boss Quest) ยกเว้น ภารกิจที่กำหนดให้ใช้ค่าอื่นๆโดยเฉพาะ
  • DEX(ความชำนาญ) ส่งผลให้จำนวนหน้าในเงื่อนไขเควสของภารกิจที่มี Officer NPC ระดับBoss (Boss Quest) ยกเว้น ภารกิจที่กำหนดให้ใช้ค่าอื่นๆโดยเฉพาะ
  • Vit (ความทนทาน) ส่งผลให้อายุการใช้งาน (Duration) ของ Item ประเภทเครื่องป้องกัน (Protector) เพิ่มขึ้นในสัดส่วนต่างๆ(ดูเกี่ยวกับ Item ได้ด้านล่าง)
  • AGI(ความว่องไว) ส่งผลให้ Skill ของOfficer NPC ระดับ Unit ส่วนใหญ่ เช่น Critical Attack, Steal ไม่มีผลต่อตัวละครนี้ในระดับต่างๆกัน
  • INT (ความฉลาด) ส่งผลให้ Force'sStrength เพิ่มขึ้นในสัดส่วนต่างๆกัน
  • LUK (โชคลาภ) ส่งผลแทนค่า Status อื่นอย่างสุ่มในระดับเดียวกัน การสุ่มมีขึ้นใหม่ทุก Mission หากค่าที่สุ่มได้มีน้อยกว่าหรือเท่ากับที่ตัวละครมีอยู่แล้ว ให้ยึดค่าเดิมของตัวละคร


7.บัญชี การแลกเปลี่ยน และ Item ต่างๆ
  • บัญชี คือ ข้อมูลที่แจ้งถึงจำนวนเงิน และ Item ต่างๆที่ตัวละครนั้นมี จะถูกลงเป็นกระทู้ปักหมุดใน Market Room ของฝ่ายนั้นๆ
  • การแลกเปลี่ยนซื้อขายมอบเงินหรือ Item ต่างๆ ให้ตั้งกระทู้ไว้ใน Market Room และทั้งสองฝ่ายตอบกระทู้ยืนยันผลการแลกเปลี่ยนในกระทู้นั้น และตอบกระทู้พร้อมลิ้งค์ของกระทู้แลกเปลี่ยนในกระทู้บัญชีของกันและกันเพื่อแจ้งความเคลื่อนไหวของบัญชี
  • กระทู้แลกเปลี่ยนต่างๆจะถูกลบเมื่อมีการเริ่มซีซั่นใหม่ แต่กระทู้บัญชีจะยังคงอยู๋แต่ถูกปลดหมุดให้ตกลงไปท้ายห้องหากเจ้าของตัวละครนั้นไม่ใช้ตัวละครเดิมในซีซั่นใหม่นี้ และอาจลบบัญชีได้ถ้าเจ้าของตัวละครนั้นแจ้งความต้องการมายังทีมงานของบอร์ด
  • Item แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ อาวุธ(Weapon) เครื่องป้องกัน(Protector) และ Item ทั่วไป (Common)
  • Weapon จะอยู่ในบัญชีของตัวละครจนกว่าจะถูกแลกเปลี่ยน ส่วมใส่หรือถอดออกจากตัวละครได้ตามที่ผู้เล่นต้องการ ยกเว้นถูกSkill ของ NPCบางชนิด เช่น Weapon Break, Steal จนกว่าจะได้รับการแก้ไข
  • Protector จะอยู่ในบัญชีของตัวละครจนกว่าจะถูกแลกเปลี่ยนและส่วมใส่หรือถอดออกจากตัวละครได้ตามที่ผู้เล่นต้องการเช่นเดียวกับอาวุธ แต่ใส่ได้แค่ชิ้นเดียวต่อตัวละครหากไม่มีข้อยกเว้นระบุไว้ ส่วนใหญ่จะมีค่าอายุการใช้งาน (Duration) แตกต่างกันไป ไม่สามารถสวมใส่ได้หาก Duration หมดหรือถูกSkill ของ NPC จนกว่าจะได้รับการซ่อมแซมหรือแก้ไข
  • Common มีทั้งแบบถาวรที่ใช้ได้เรื่อยๆจนกว่าจะถูกผลของสกิลหรือแลกเปลี่ยนออกจากบัญชี และแบบใช้ครั้งเดียว ไอเท็มหลายชนิดอาจมีค่าDuration เช่น จำนวนครั้งที่ใช้ หรือจำนวนรอบที่ไอเท็มจะคงอยู่ก่อนหายไป หรือเงื่อนไขอื่นๆ
  • อนุญาติให้ตัวละครมี Skill ในการสร้างหรือซ่อมแซม หรือใช้ Item ที่ไม่สามารถใช้ตามปรกติได้ แต่ต้องใช้ Item ในบัญชีตนเองเป็นเงื่อนไขอย่างเหมาะสมด้วย จึงควรสอบถามทีมงานก่อนมีการใช้สกิลนั้นๆเป็นครั้งแรก
  • Skill ในการสร้าง Item นั้น จำกัด Item เป้าหมายได้ 8 ชิ้น ต่อตัวละคร และมีมูลค่าของวัตถุดิบไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของราคาขาย NPC ต่ำสุด


8.อื่นๆ
  • แม้ว่าคะแนนความก้าวหน้าจะรีเซ็ตใหม่ทุกๆรอบ แต่ก็มีการเก็บสถิติไว้ด้วย หากทำได้ถึงที่กำหนดไว้ จะมีเนื้อเรื่องลับที่แตกต่างไปปรกติ
  • นอกจากนี้ยังมี Secret Item (ไอเท็มลับ) ที่ปรากฏอยู่ในส่วนต่างๆของเกม ทีมงานจะเปิดเผยเมื่อมีผู้ได้รับ Item นั้น




แก้ไขล่าสุดโดย Livingdead One เมื่อ Mon Jun 28, 2010 10:36 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
By~ne
Senior
Senior
avatar

จำนวนข้อความ : 885
วันที่เข้าบอร์ด : 01/02/2010
อายุ : 22
ที่อยู่ : MCC

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Mon Jun 28, 2010 2:48 am

โห ข้อมูลละเอียดมาก

ต้องอย่างนี้สิครับพี่บัง

ผมจะติดตามต่อไปเรื่อยๆนะฮะ เก่งจริงๆเลยครับ

TwT ผมยังคิดไม่ได้ขนาดนี้เลยนะเนี่ย
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
kaminari
Junior
Junior
avatar

จำนวนข้อความ : 476
วันที่เข้าบอร์ด : 24/03/2010
อายุ : 23
ที่อยู่ : ที่อยู่เดียวกับอุสะ

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (6% - System Detail *๊Updated*)   Sat Jul 03, 2010 12:03 am

ไม่อยากพูดคับ

เข้ามาดูนึกว่า สอนสังคม 5555

ละเอียดจิงๆอะแระคับ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Livingdead One
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 63
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 29
ที่อยู่ : ทะเลทรายซาฮาร่า...

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Sat Apr 23, 2011 1:30 am

4.นครศักดิ์สิทธิ์ฮารูนดินและพันธมิตร
(Holy State of Harundin and Allies)


ครั้งหนึ่งที่เมืองเล็กๆแห่งนี้ เคยเป็นศูนย์กลางของโลกทั้งใบ และยังคงเป็นศูยน์กลางจนทุกวันนี้แม้จะในบริบทอื่น
จักรวรรดิอันเป็นตำนานของซาฮารัน "ฮารูนด์" ก็มาจากนามแห่งนครนี้ที่ความยิ่งใหญ่ได้ก่อตัวขึ้นกลายเป็นเมืองหลวงในกาลนั้น
แต่ยังไม่สำคัญเท่ากับความจริงทีว่า ร่างแห่งองค์พระศาสดาได้ฝังใต้มหาวิหารในนครดังกล่าว จึงทำให้นครแห่งนี้
คือศูนย์รวมแห่งศรัทธาจากทุกสารทิศ มิแบ่งแยกชนชั้นวรรณะ มีแต่ความความรักความเมตตาดังนามแห่งศาสนา " ซาลาม(สันติ)"

แต่มนุษย์ยังติดอยู่ในวังวนแห่งกิเลสตัณหา แม้จะอยู่ในที่ๆใกล้พระเป็นเจ้าเท่าใดก็มิได้ยกจิตใจให้สูงขึ้นหากใจยังใฝ่อธรรม
ชนชั้นปกครองแห่งมหานครนี้ยังคงถวิลหาอำนาจเมื่อครั้งเก่าก่อน จนเกิดความขัดแย้งทั้งภายนอกและภายในฮารูนดิน
ไม่ว่าจะเป็นความบาดหมางที่อาจนำไปสู่สงครามในอนาคตกับคริสตศาสนจักร จนเป็นเหตุทำให้ดามุทและสหภาพฯนั้นถูกอัปเปหิจากฝ่ายศาสนา
ความไม่ลงรอยทางคำสอนกับเหล่าสารานุศิษย์แห่งอาซิสที่ในปัจจุบันกลายเป็นเหล่านักฆ่าแห่งเวิ้งทรายอีสานทิศ

หรือแม้แต่เรื่องร่ำลือที่ว่าผู้ดูแลมหาวิหารองค์ปัจจุบันมีส่วนในการสิ้นพระชนม์ขององค์ก่อน
และยังกระหายอำนาจที่จะสถาปนาตนสู่“จักรพรรดิแห่งฮารูนด์” ดั่งอดีตอันรุ่งโรจน์ที่สูญสิ้นมาแล้วหลายศตวรรษอีกด้วย

สภาพภูมิศาสตร์

พื้นที่โดยรอบนั้นเป็นทะเลทรายใหญ่พร้อมโอเอซิสน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนคล้ายสหภาพฯที่อยู่ติดกันทางตะวันตก
มีโอเอซิสขนาดใหญ่ 4 แห่งตั้งอยู่ในตะวันออกเฉียงเหนือ/ใต้ และตะวันตกเฉียงเหนือ/ใต้เช่นเดียวกัน โอเอซิสทั้ง 4 นี้
เป็นแหล่งเส้นเลือดใหญ่แก่ 5 เมืองใหญ่ที่อยู่ใต้อำนาจของฮารูนด์ ได้แก่ ฮารูนดิน ซินนา ยากุด มันตา และรุมม์ โดยมีชื่อตามเมืองนั้นๆ
ยกเว้นเมืองหลวงฮารูนดินที่ไม่มีโอเอซิเป็นของตัวเลงและอยู่กึ่งกลางล้อมรอบด้วยเมืองอื่นตาม 4 ทิศหลักและโอเอซิสตามที่ได้กล่าวข้างต้น

แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากสหภาพอย่างชัดเจนคือ ถนนสายหลักที่ไปสู่ที่ต่างๆทั่วอัล-ซาฮารันซึ่งสร้างไว้เมื่อครั้งจักรวรรดิฮารูนด์ฯยังรุ่งเรือง
ตัดผ่านทะเลทรายสุดตะวันตกที่ทะเลสาบอุมมาของสหภาพฯ เนื่องจากในอดีตจักรพรรดิแห่งฮารูนด์องค์หนึ่งมีพระราชดำริ
ที่จะย้ายไปสร้างเมืองหลวงใหม่ที่ๆเป็นเมืองอิสลี ณ ปัจจุบันเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรที่มากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ดินแดนในแถบนั้นประกาศแยกตัวเป็นเอกราชเสียก่อน ไปจนนครดามุทซึ่งเป็นที่ๆมีแหล่งน้ำเพียงพอที่จะตั้งชุมชนขนาดใหญ่
ในทิศตะวันออก ก่อนที่จะถึงทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาที่คั่นจุดที่ตะวันออกและตะวันตกบรรจบกัน นอกจากนั้นยังมีถนน
ที่ล่องลงทางใต้สู่ดินแดนแห่งคีตทับบุลที่แม้ห่างไกลแต่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารต่างจากภาคกลาง และขึ้นเหนือไปยัง
หุบเขาคาลามันด์หลังจากผูกมิตรกับชาวเขาแถบนี้

ทั่วถนนดังกล่าวมีการสร้างหอสังเกตการณ์เพื่อสอดส่องดูแลตลอด 24 ชม. และเลียบถนนจะมีคลองชลประทานขนาดเล็กสายหนึ่งเพื่อ
ลำเลียงน้ำไปยังพื้นที่ๆห่างจากโอเอซิส ผู้คนที่สัญจรตามเส้นทางสามารถใช้ทั้งสองสิ่งนี้ในการพักผ่อนระหว่างการเดินทางได้ด้วย
แต่ในปัจจุบันจะพบได้เฉพาะในถนนที่ยังอยู่ในเขตแดนของพันธมิตรแห่งฮารูนด์เท่านั้น ยกเว้นสายที่ไปยังอิสลีที่ทางสหภาพเห็นถึง
ประโยชน์ในด้านการค้าและการคมนาคมจึงรักษาสภาพและบริการเยี่ยงที่แล้วมาดังกล่าว

เศรษฐกิจ

คำกล่าวที่ว่าทุกเหรียญเงินในฮารูนดินมาจากศรัทธาของศาสนิกชนทั่วอัล-ซาฮารันนั้นไม่เกินความจริงแม้แต่น้อย
เมื่อนักแสวงบุญจากทุกสารทิศต่างหลั่งไหลเข้ามายังมหานครนี้ สถานที่สำคัญทางศาสนาและประวัติศาสตร์ถูกรบกวน
ด้วยมวลชนเหล่านี้ย่อมต้องทรุดโทรมลงเป็นธรรมดา ทางราชสำนักแห่งฮารูนด์จึงเก็บค่าบูรณะสถานที่สำคัญต่างๆขึ้น
เริ่มแรกมีเพียงค่าดูแลรักษาสถานที่เท่านั้น แต่ต่อมามีการอำนวยความสะดวกต่างๆแก่เหล่านักแสวงบุญเพิ่มขึ้นตามลำดับ

ผนวกกับการสละอำนาจการเมืองทางโลกของจักรพรรดิจนเหลือเพียงตำแหน่งผู้ดูแลมหาวิหารในทางศาสนา
จึงทำให้พลิกผันกลายเป็นศาสนธุรกิจเพื่อหล่อเลี้ยงสถาบันดั่งเช่นในปัจจุบัน

ผลผลิตทั้งทางเกษตรพอเพียงหล่อเลี้ยงประชากรในประเทศแต่ไม่สามารถเพาะปลูกในเชิงพานิชย์เพื่อการส่งออกได้
เนื่องจากดินไม่อุดมสมบูรณ์พอ ซ้ำร้ายหากภัยแล้งมาเยือนจนทำให้คลองชลประทานเหือดแห้ง จะก่อให้เกิดความอดอยาก
ในหลายพื้นที่ ทำให้ฮารูนดินและพันธมิตรรอบข้างต้องนำเข้าอาหารจากประเทศอื่นทั้งสำรองในยามฉุกเฉินและบรรเทาเหตุที่เกิดขึ้น

อุตสาหกรรมต่างๆที่จำเป็นก็ไม่เพียงพอนักสำหรับจำนวนประชากรในปัจจุบัน ทำให้ต้องนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆมากมาย
ทั้งนี้ ราชสำนักแห่งฮารูนด์ในอดีตได้จัดตั้งสมาคมพ่อค้าและอาชีพต่างๆเพื่อฝึกฝนและสร้างเครือข่ายของอาชีพนั้นๆ
ก่อนส่งไปลงทุนในต่างแดน ทำให้อุตสาหกรรมหลาบอย่างแม้จะเป็นกรรมสิทธิ์ของชาวฮารูนด์แต่แท้ที่จริงแล้วฐานการผลิตนั้น
กระจัดกระจายไปทั่วอัล-ซาฮารัน และนำเข้ากลับสู่แผ่นดินแม่ในต้นทุนที่ต่ำกว่าที่อื่น แล้วขายในราคาตลาดก่อนที่จะคืนกำไร
แก่รัฐในรูปหนี้และภาษี

แต่ในปัจจุบันหลังจากสถาบันกษัตริย์ล่มสลายเหลือเพียงสถาบันทางศาสนา สมาคมเหล่านี้ยังคงบริจาค
รายได้ส่วนนึงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในทางธุรกิจ และพึ่งพาสำนักเลขานุการของผู้ดูแลมหาวิหารในการติดต่อระหว่างสมาคมเพื่อ
ขยายเครือข่ายการลงทุนต่อไป

ในขณะเดียวกันสินค้าส่งออกหลักของฮารูนด์นั้นมักเป็นงานศิลป์แบบดั้งเดิมซึ่งนิยมมากในหมู่ชนชั้นสูงนานาแคว้น
ด้วยความที่เดิมเป็นอู่อารยธรรมมาแต่ช้านาน จึงทำให้มีต้นแบบงานศิลป์ชั้นครูมากมายนับไม่ถ้วย ช่างฝีมือหลายสำนัก
ก็สืบทอดจากช่างหลวงในวังของจักรพรรดิ

นอกจากนี้สินค้านำเข้าหลายอย่างก็ถูกซื้อมาเพื่อเก็งกำไรขายต่อ เช่น แร่โลหะต่างๆจากคัลลามันด์ที่จะนำไปขายต่อในคีตทับบุล เป็นต้น
แม้ว่าปัจจุบันจะมีสหภาพฯเป็นคู่แข่งในเวทีการค้าระหว่างประเทศแล้วก็ตาม

การเก็บภาษีดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักสำหรับที่นี่ อัตราภาษีสำหรับประชาชนที่นี่ค่อนข้างต่ำด้วยเหตุผลทางศาสนา
แต่ทว่ามีการบริจาคโดยสมัครใจจากแรงผลักดันโฆษณาทั้งในเรื่องศาสนาและบ้านเมือง นอกจากนี้ยังมีองค์กรทางศาสนาจาก
ทั่วทุกมุมโลกคอยบริจาคทุนที่เหลือจากการทำกิจกรรมภายในมายังสำนักผู้ดูแลมหาวิหารอีกด้วย

สภาพสังคม

แม้ว่าสถาบันกษัตริย์จะล่มสลายไปพร้อมกับจักรวรรดิฯ นครศักดิ์สิทธิ์ฮารูนดินและพันธมิตรยังคงมีผู้ปกครอง
เพื่อคงไว้ซึ่งความมั่นคงและสงบสุขของบ้านเมือง ทั้งหมดต่างดำรงตำแหน่งเจ้านคร(อาเมียร์)เช่นกันกับคนอื่น

แต่ถึงกระนั้น เจ้านครแห่งฮารูนดินยังคงพิเศษกว่าคนอื่นแม้ในข้อตกลงระหว่างเมืองจะระบุว่าเจ้าเมืองทุกคน
ต่างดำรงซึ่งอำนาจและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน นั่นคือ เจ้านครแห่งฮารูนดินดำรงฐานะ"ผู้ดูแลมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์"
ซึ่งเป็นตำแหน่งสำหรับผู้สืบทอดอำนาจทางศาสนาต่อพระศาสดาโดยชอบธรรม ในฐานะผู้เฝ้าดูความเป็นไปของโลก
ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้านอกจากนี้ เจ้าครองนครอื่นๆในกลุ่มยังเป็นญาติในระดับต่างๆกัน

ดังนั้น เจ้านครแห่งฮารูนดินจึงมีบารมีครอบคลุมไปถึงเมืองอื่นหรือแม้กระทั่งทั่วอัล-ซาฮารัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
สำหรับการสืบทอดตำแหน่งทั้งในทางโลกและในทางธรรมนั้นทำโดยการสืบสันติวงศ์

การศึกษาโดยเฉลี่ยถือว่าสูงกว่ามาตรฐาน ทั้งด้วยความที่เป็นอดีตนครหลวงแห่งจักรวรรดิฯและรัฐบาลเปิด
กว้างในด้านนี้ จึงทำให้ความรู้ทุกแขนงมีการเรียนการสอนทั่วแคว้นตราบที่ไม่ขัดหลักศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ศิลปะชั้นสูง เช่น จิตรกรรม สถาปัตยกรรม นาฏศิลป์ อันเป็นต้นตำรับซึ่งนิยมในคนชั้นสูงทั่วทั้งอัล-ซาฮารัน
คนต่างแคว้นจำนวนมากมายเข้ามาร่ำเรียนศิลป์เหล่านี้ ก่อนจะนำไปเผยแพร่ในบ้านเกิดตน หรือไม่เช่นนั้น ก็จะเป็น
ความรู้ทางศาสนศาสตร์และเทววิทยา

ถึงจะมีแม้อิสระทางการศึกษา ไม่จำกัดถึงวิชาที่ประชาชนจะเรียนรู้ได้ แต่อิสระทางศาสนาต่ำมากหรือถึงขั้นไม่มีเลย
ประชากรหากไม่ทั้งหมดก็แทบทั้งหมดนั้นนับถือศาสนาซาลามซึ่งที่แห่งนี้เป็นทั้งจุดกำเนิดและศูนย์กลาง จึงทำให้การเผยแพร่
ศาสนาลัทธิอื่นๆที่ไม่ได้การรับรองจากภาครัฐไม่สามารถทำได้ หรือแม้เพียงแค่ความเห็นเชิงลบเล็กน้อยจากผู้ดูแลมหาวิหารฯ
ต่อให้เป็นศาสนาที่ได้รับอนุญาติให้เผยแพร่ ประชาชนส่วนใหญ่ก็จะแสดงคามไม่เป็นมิตรทันที

ดังนั้น เราจึงไม่เห็นการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในประเทศนี้ นับตั้งแต่ที่ศาสนจักรกับผู้ดูแลฯต่างแสดงความเป็นปรปักษ์กันและกัน
ในความเป็นจริง แม้แต่ศาสนาที่ได้รับอนุญาติก็ไม่มีการเติบโตแม้แต่น้อย

อัตตลักษณ์โดยรวมของผู้คนในฮารูนดินและพันธมิตร คือ สุภาพ อ่อนโยน มารยาทดีงาม ตามฉบับชาวนครหลวงเก่าแห่งจักรวรรดิ
ไม่ว่าใครก็ตามที่ขอความช่วยเหลือจากชนเหล่านั้น มักได้มากกว่าที่ขอเสมอ สะท้อนถึงคำสอนขององค์พระศาสดาที่ฝังลึกในจิตใจ
ของผู้คน พวกเขามีศรัทธาแรงกล้าต่อพระเจ้าและคำสอนแห่งสันติสุข จึงทำให้หาได้ยากที่จะเห็นคนเหล่านี้ทำในสิ่งที่สังคมตีตราว่า
เป็นเรื่องชั่วร้าย แม้นต้องเผชิญกับความทุกข์ยากดุจนรกบนดินก็ตาม

อย่างไรก็ดี นักบุญเดินดินเหล่านี้สามารถโหดร้ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อไหร่ก็ตามที่ใครหรือสิ่งใดถูกตราหน้าว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายจาก
ผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณ "ผู้ดูแลมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์" คนที่เกี่ยวข้องจะถูกปฏิบัติราวไม่ใช่คนทันที ไมตรีจิตต่างๆเปลี่ยนผันเป็น
เสียงก่นด่าและความมุ่งร้ายพุ่งตรงไปสู่ผู้โชคร้ายเหล่านั้น คนเหล่านี้งมงายในบาปบุญจนบดบังสามัญสำนึกจนหลายครั้งแยกแยะ
ไม่ออกระหว่างคำสอนที่แท้จริงกับเล่ห์เหลี่ยมจากชนชั้นปกครอง

นอกจากนี้ ชาวฮารูนดินและเมืองรอบข้างมักถูกมองว่าชอบยกตนข่มท่าน "โดยไม่รู้ตัว" จากประชากรส่วนอื่นๆในอัล-ซาฮารัน
เพราะมักจะพูดถึงอดีตอันรุ่งโรจน์และความตั้งมั่นในศีลธรรมของตน ซึ่งเป็นจริงตามนั้นครึ่งนึง และอีกส่วนหนึ่งมาจากโฆษณา
ชวนเชื่อที่ถูกปลูกฝังมาแต่เล็กจนโตในชั่วชีวิตของคนกรุงเก่า จนผู้คนจากแคว้นอื่นอดไม่ได้ที่จะนึกหมั่นไส้คนเหล่านี้

การทหารและการว่าจ้าง

"อะไรสิ่งที่ทำให้แคว้นเล็กๆนี้เคยกำโลกทั้งใบไว้ในมือ?" คือคำถามที่ผู้คนที่มาจากต่างมิติสงสัยเมื่อแรกฟังประวัติศาสตร์
อันรุ่งโรจน์แห่งจักรวรรดิในตำนาน ผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขาต่างให้คำตอบแตกต่างกันไป แต่ในแง่ของการทหารและสงครามแล้ว
นอกจากความมีระเบียบวินัยอันขึ้นชื่อมาก่อนสหภาพฯแล้ว มาจากที่กองทัพแห่งจักรวรรดินั้นมีเหล่า "ผู้สดับฟัง" อยู่ในกองทัพ

คนเหล่านี้คือผู้บรรลุ "กรรณสดับ" วิชาฝึกจิตและวิญญาณของตนที่เหล่านักพรตแห่งศาสนาซาลามต่างฝึกฝนเพื่อที่จะเป็นหนึ่งเดียว
กับพระผู้เป็นเจ้าของตน ผู้ใดก็ตามที่ฝึกได้ถึงระดับ "กรรณเทวราช" จักได้พลังพิเศษเฉพาะตนจากพระเป็นเจ้า ซึ่งหากพบเหล่าผู้สำเร็จ
วิชากรรณในสนามรบ พวกเขาเหล่านั้นจักเป็นปีศาจที่น่ากลัวไม่แพ้จอมขมังเวทจากโลกต่างมิติ หรืออาจร้ายกาจกว่านั้น
ด้วยความสามารถในการอ่านจิตที่ด้อยกว่าตน

ถึงแม้ผู้บำเพ็ญตบะเหล่านั้นจะใฝ่เดินทางสงบ แต่ส่วนใหญ่นั้นยังคงภักดีต่อสถาบัณสูงสุดของศาสนา "ผู้ดูแลมหาวิหารฯ"
เมื่อใดที่เขาออกคำสั่งให้คนเหล่านั้นสู้ นักพรตเหล่านี้จักกลายเป็นทหารกล้าสู้กับศัตรูแห่งทายาทองค์พระศาสดา ยังไม่รวบไปถึงบุคลากร
ที่กองทัพแห่งฮารูนดินส่งไปศึกษาวิชากรรณฯหรือความรู้อื่นเพื่อมาเป้นเขี้ยวเล็บแห่งนครหลวงเก่าอีกด้วย

แม้กองทัพแห่งฮารูนดินและพันธมิตรแข็งแกร่งราวไร้จุดอ่อนเพียงใด แต่จุดอ่อนอันใหญ่หลวงของแคว้นนี้คือความล่าช้าต่างๆที่เป็นผลมา
จากความแห้งแล้งแห่งมาตุภูมิ ด้วยปริมาณน้ำที่จำกัดทำให้กองทัพแห่งนครหลวงเก่านี้มีทหารม้าและสัตว์สงครามอื่นๆน้อยกว่าแคว้นใดๆ
ในทะเลทรายกว้างผืนนี้ เพื่อที่จะเก็บรักษาน้ำอันมีค่าให้เพียงพอต่อประชากรที่นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้กำลังพลส่วนใหญ่เดินเท้าเป็นหลัก
เสียเปรียญมากในสงครามที่ตัดสินกันด้วยความเร็ว

นอกจากนี้ ไม้ยังเป็นของล้ำค่ามากในดินแดนแถบนี้ ธนูหรืออาวุธยิงต่างๆที่ทำจากไม้จึงมีน้อยเนื่องจากเสียค่าใช้จ่ายมากเสียถึงขั้น
สามารถนำลูกธนูเหล็กล้วนมาใช้แทนในปริมาณงบและประมาณเท่ากัน

ทุกปัญหาย่อมมีทางออก ทางกองทัพจึงแก้ไขปัญหาโดยการคงกองทหารส่วนใหญ่ไว้ในดินแดนอื่นในรูปทหารรับจ้าง อาศัยบนทรัพยากร
ในดินแดนที่เป็นมิตรแลกกับการทำงานทั้งจากรัฐบาลของแคว้นนั้นๆหรือใครก็ตามที่สามารถเลี้ยงดูพวกเขาได้ จะกลับสู่ประเทศแม่ต่อเมื่อ
ถูกเรียกกลับหรือมีธุระเท่านั้น

นอกจากนี้ ด้วยความที่เป็นเส้นทางการค้าสำคัญและศูนย์กลางทางศาสนา ทำให้ทหารรับจ้างเหล่านี้มีการติดต่อกับกองทัพแห่งฮารูนดินตลอดเวลา
ผ่านการรับจ้างคุ้มกันเหล่าพ่อค้าหรือนักแสวงบุญที่ต้องการไปยังนครหลวงเก่า ก่อนจะกลับต่างแดนโดยคาบข่าวสารข้อความ
จากกองทัพและรัฐบาลไปสู่พวกพ้องที่อยู่นอกแคว้น

ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีทหารรับจากที่เป็นชาวต่างแคว้นโดยกำเนิดจำนวนมากแสวงโชคด้วยการจับกลุ่มรับงานคุ้มกันไปยังเมืองหลวงเก่า
และใกล้เคียงผ่านเครือข่ายของกองทัพฮารูนดิน และหลายครั้งเองที่เป็นงานจากรัฐบาลหรือแม้กระทั่งจากตัวผู้ดูแลฯเอง
ยิ่งหากมีพาหนะที่กินทรัพยากรน้อยเป็นของตัวเองก็มีโอกาศที่จะถูกว่าจ้างระยะยาวเป็นกองหนุนประจำการในเมืองหลวง
อันได้ชื่อว่าผู้ปกครองร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆของโลกนี้ นอกจากนี้สำนักเลขานุการแห่งผู้ดูแลฯ ยังรับใครก็ตามที่มีความรู้สมัยใหม่
โดยเฉพาะด้านทรัพยากร เช่น จอมเวทสายธรรมชาติ วิศวกรต่างๆ เข้าทำงานส่วนบริหารอีกด้วย

ในปัจจุบันไม่อนุญาติให้ชาวต่างมิติเดินทางเข้าสู่ประเทศ เนื่องจากเหตุผลทางความมั่นคงหลังเกิดความขัดแย้งกับคริสตศาสนจักร
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Livingdead One
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 63
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 29
ที่อยู่ : ทะเลทรายซาฮาร่า...

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Wed Apr 27, 2011 9:42 pm

5. ราชอาณาจักรดามุท (Kingdom of Damut)

ในกาลก่อน เมืองเล็กๆที่ไม่ได้สลัดเสลาสำคัญอะไรแห่งนี้เป็นได้เพียงทางผ่านของพ่อค้าที่แวะพัก
ก่อนที่จะข้ามผืนทรายใหญ่ที่ๆบูรพาบรรจบประจิม แต่เมื่อมีการเดินทางข้ามมิติทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
ไม่ว่าจะมาจากที่ไหนก้าวแรกของชาวต่างมิติที่เข้ามายังโลกแห่งซาฮารันคือที่นี่ ราชอาณาจักรดามุท
อาณาจักรที่เติบโตด้วยการค้าระหว่างมิติหลังจากแยกตัวออกจากสหภาพเจ้าครองนคร

นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลและฐานทัพกองกำลังแห่งศาสนจักรประจำซาฮารันอีกด้วย
นับตั้งแต่กองทัพศักดิ์สิทธิช่วยเหลือราชอาณาจักรในการประกาศเอกราชและต่อเนื่องมายังสงครามกับ
จักรวรรดิคาลามันด์จากทางเหนือ จนถึงการคว่ำบาตรจากผู้ดูแลมหาวิหารศักดิ์สิทธิและกลุ่มผู้นิยมศาสนา
ซาลามที่ต่อต้านศาสนาคริสต์ในปัจจุบัน

ส่วนภาคประชาชนส่วนใหญ่นอกเหนือจากชาวต่างมิติถือว่ามีฐานะดี ความเป็นอยู่ไม่แร้งแค้นนักเนื่อง
จากมีจำนวนประชากรน้อยเมื่อเทียบกับขนาดของประเทศ การกระจายปัจจัยยังชีพจึงไม่มีปัญหา

สภาพภูมิศาสตร์

เป็นทะเลทรายที่มีโอเอซิสน้อยใหญ่กระจัดกระจายกันไป มีโอเอซิสขนาดใหญ่สองแห่งขนาบ
เมืองหลวงดามุททางเหนือและใต้ ส่วนจุดอื่นๆไม่มีลักษณะเฉพาะทางภูมิศาสตร์แต่อย่างใด

เศรษฐกิจ

ด้วยความที่ไม่มีจุดเด่นทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ บ้านเมืองในแถบนี้จึงอาศัยการเก็บภาษีจากพ่อค้า
ที่จะเดินทางข้ามทะเลทรายใหญ่ หรือธุรกิจบริการพ่อค้าเหล่านั้น เช่น โรงเตี๊ยม เมื่อครั้งยังอยู่ใต้อาณัติของสหภาพฯ

แต่เมื่อเจ้าครองนครดามุทได้ครอบครองเทคโนโลยีการสร้างประตูมิติ เมืองแห่งนี้จึงกลายสภาพเป็นท่าข้ามมิติขนาดใหญ่
ธุรกิจการเดินทางข้ามมิติจึงถือกำเนิดขึ้นก่อนที่จะแยกตัวเป็นเอกราชไม่นานนัก ตามมาด้วยการตั้งห้างร้านบริษัท โรงงานต่างๆ
ทั้งที่เป็นของชาวดามุทเองหรือของชาวต่างแคว้นต่างมิติ เพื่อป้อนสินค้าเข้าสู่ท้องตลาดไม่ว่าจะในซาฮารันหรือโลกอื่น
จากวัตถุดิบที่นำเข้า

แม้มูลค่าการส่งออกจะยังสู้เจ้าตลาดอย่างสหภาพฯหรือคาลามันด์ไม่ได้ แต่รายส่วนนี้นับว่าสำคัญต่อรัฐบาล
ไม่แพ้ธุรกิจท่าข้ามมิติที่ผูกขาดอยู่แม้แต่น้อย


สภาพสังคม

ภายหลังจากที่ประกาศอิสระภาพสำเร็จ เจ้าครองนครแห่งดามุทได้สถาปนาตนเป็นกษัตริย์และปกครองดินแดนในมือด้วย
ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช กระจายอำนาจผ่านขุนนางเจ้าเมืองต่างๆ แต่อย่างไรก็ดี ชาวต่างมิติซึ่งนับเป็นประชากร
มากกว่าครึ่งของแคว้น หากเป็นสัญชาติที่มีสนธิสัญญากฏหมายระหว่างประเทศจะอยู่ใต้อาณัติของสถานทูตของประเทศนั้นๆ
โดยเฉพาะศาสนจักรที่มีสถานกงสุลและกองทัพประจำอยู่ที่นี่ ทำให้ข้าหลวงใหญ่ประจำซาฮารันมีอิทธิพลในราชสำนัก
ไม่แพ้ขุนนางท้องถิ่นแม้แต่น้อย

การศึกษาโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมาตรฐาน เพราะพึ่งมีการปฏิรูปการศึกษาหลังจากที่ตั้งประเทศใหม่ ประชาชนท้องถิ่นจึงได้เข้าเรียน
ความรู้ขั้นสูงซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเรื่องยาก อ้างอิงจากนโยบายการศึกษาหลักของสหภาพฯที่จำกัดเฉพาะด้าน มีการเปิดสอนทุกสาขา
วิชาครอบคลุมทั่วประเทศ แต่ก็ยังประสบปัญหาขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา จากการที่ประชาชนพากันเข้าเรียนเกินกว่าที่
สถานศึกษาจะรองรับไหว

เสรีภาพทางศาสนามีมากถึงมากที่สุด ลัทธิศาสนาต่างๆที่ไม่ใช่ศาสนาซาลามส่วนใหญ่มักมาจากต่างมิติซึ่งมักจะมีข้อตกลงระหว่าง
รัฐกับประเทศเจ้าของลัทธินั้นๆให้สนับสนุนการเผยแพร่ในราชอาณาจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาคริสต์ที่มีโบสถ์ประจำอยู่ทุกเมือง
ไม่เช่นนั้นลัทธินิกายนั้นๆต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

ชาวดามุทพื้นเมืองขึ้นชื่อลือชาในความเป็นพ่อค้าโดยธรรมชาติ ด้วยความแล้งแค้นในอดีตทำให้ถูกปลูกฝังว่าต้องกอบโกยผลประโยชน์
รอบตัวให้ได้มากที่สุด แม้สภาพความเป็นอยู่จะดีขึ้นกว่าก่อนชนิดหลังมือเป็นหน้ามือ แต่ผู้ใหญ่ก็ยังสอนเด็กๆให้ไขว่ขว้าเพื่อตัวเองเช่นเดิม
ชาวดามุทจึงขยันขันแข็งและใฝ่เรียนรู้ไม่แพ้แคว้นอื่นใดในโลกแห่งซาฮารัน ในขณะเดียวกันก็ทำให้พวกเขาไม่เป็นที่ชื่นชอบของชนชาติอื่น
คนเหล่านี้พร้อมที่จะเอาเปรียบผู้อื่นได้เสมอทันทีที่สบโอกาส จนมีคำกล่าวไว้ว่า

"โจรทะเลทรายปล้นด้วยดาบ แต่โจรในดามุทปล้นด้วยตาชั่งและปากกา"

การทหารและการว่าจ้าง

หากกล่าวกันตามตรง กองทัพของราชอาณาจักรดามุทไม่มีส่วนใดน่าหวาดหวั่นในสนามรบแม้แต่น้อย กองทหารที่เหลาะแหละไร้วินัย
การฝึกที่ด้อยมาตรฐาน แต่พิษสงที่แท้จริงของบ้านเมืองนี้ กลับอยู่บนกระดานของเกมการเมืองเสียมากกว่า

นับตั้งแต่ที่ดามุทเปิดประตูสู่โลกอื่นได้ รัฐบาลเล็งเห็นถึงขุมกำลังที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนั้น พวกเขาผูกมิตรกับทุกดินแด
นต่างมิติที่ได้สำรวจ พร้อมยื่นผลประโยชน์ชิ้นโตให้กับคนใหญ่คนโตในโลกนั้น แลกกับการช่วยเหลือในยามศึก นานากองกำลังจากต่างโลก
กลายเป็นเขี้ยวเล็บสำคัญของราชอาณาจักร โดยเฉพาะกองกำลังอัศวินจากศาสนจักรที่เพียบพร้อมด้วอาวุทยุโธปกรณ์ เกราะที่หนาหนักกว่า
มาตรฐานของซาฮารันทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับนักรบเจ้าถิ่นที่จะห่ำหั่นด้วยอาวุธทั่วไป แม้จะเคลื่อนไหวลำบากภายใต้เกราะแต่การเคลื่อนพล
ไม่ใช่ปัญหาเมื่อพวกเขาอยู่บนหลังม้า

ยังไม่นับไปถึงนานาอสูรสงครามจากโลกอื่น เช่น มังกร โทรล ไคมีร่า ที่พร้อมจะเข้าขย่ำศัตรูทันทีที่ปล่อยออกจากกรงหรือได้รับคำสั่งจากผู้ควบคุม
ต่อให้ไม่ชนะด้วยตัวของมันเอง ก็เพียงพอกับความเสียหายและสับสนในกองทัพข้าศึกก่อนซ้ำด้วยกำลังคนที่เฝ้ารอจังหวะดังกล่าว

แต่กองทัพอัศวินดังกล่าวก็มีข้อจำกัด อย่างแรกพวกเขาไม่ใช้อาวุทไกลเนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องไร้ศักดิ์ศรี ต่างจากชาวซาฮารันที่มองเป็นเรื่องปรกติ
ทำให้เมื่อใดก็ตามที่ไม่สามารถเข้าไปฟาดฟันในระยะประชิดด้วยเหตุใดก็ตาม เขาจะไม่มีโอกาศชนะเลยแม้แต่นิดเดียว และข้อที่สองพวกเขาไม่คุ้นเคย
กับสภาพแวดล้อมของอัล-ซาฮารัน ต่อให้เคยชินกับสภาพภูมิประเทศและอากาศ ก็ยังไม่เคยสัมผัสวิธีการต่อสู้และความคิดในฉบับชาวผืนทรายกว้างแห่งนี้
จึงพลาดพลั้งกับกลยุทธ์และเล่ห์เหลี่ยมของคู่ต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการลอบโจมตีอย่างเงียบเชียบเป็นเรื่องปรกติในสนามรบ

ส่วนสัตว์สงครามต่างๆก็เป็นเหมือดาบสองคม พึ่งพาได้ไม่ตลอด ในหลายๆครั้งที่สัตว์ร้ายเหล่านี้แว้งกัดผู้เป็นนายได้เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ ทั้งราชสำนักดามุทและกองทัพศาสนจักรจึงรับสมัครทหารรับจ้างจากที่ต่างๆรวมทั้งชาวต่างมิติเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเหล่าพรานธนู
และนักแม่นปืนเพื่อมาชดเชยข้อด้อยของเหล่าอัศวินของตน ประดานักฆ่าจารชนต่างๆก็เป็นที่ต้องการไม่แพ้กันในการระวังหลังสกัดกั้นไม่ให้
อีกฝ่ายลอบกัด ส่วนบุคลากรด้านอื่นๆแม้ค่าตอบแทนจะรองลงมาแต่ก็เปิดรับเช่นกัน


แก้ไขล่าสุดโดย Livingdead One เมื่อ Wed Apr 27, 2011 11:45 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Livingdead One
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 63
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 29
ที่อยู่ : ทะเลทรายซาฮาร่า...

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Wed Apr 27, 2011 10:03 pm

6.กลุ่มนักฆ่าฮัซซาซิน (The Hashasshin)

ณ เวิ้งทรายอีสานทิศอันเป็นจุดที่แห้งแล้งที่สุดในซาฮารัน ก่อนศาสนาซาลามจะถือกำเนิดขึ้นที่แห่งนี้เคยเป็นอาณาจักรโบราณ
ที่ได้ชื่อว่าเจริญที่สุดในเวลานั้น ต่อมาได้ถูกจักรวรรดิฮารูนด์ฯกลืนกินจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพีงความชิงชังต่อโลกภายนอกในใจคนแถบนี้
ต่อมาความเครียดแค้นเหล่านั้นได้ก่อตัวเป็นปีศาจร้าย ให้กำเนิดเหล่านักฆ่าผู้เป็นที่หวาดหวั่นแม้แต่ในวังแห่งผู้ดูแลมหารวิหารฯที่ได้
ชื่อว่าปลอดภัยที่สุดในซาฮารัน เหล่านักฆ่าในความมืด "ฮัซซาซิน"

ถึงแม้จะตั้งตนเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกด้วยความแค้นในตัวผู้นำแห่งซาลามและความเชื่อที่ผิดแผก แต่ก็ไม่ได้เป็นมิตรกับชาวต่างมิติแต่อย่างใด
ซ้ำร้ายกลับมองเป็นผู้รุกรานกลุ่มใหม่ที่ต้องกำจัดให้หมดไป ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะแคว้นที่ฝักใฝ่ในผู้ดูแลมหาวิหารฯหรือศาสนจักร คนพวกนี้ยังคง
เป็นอันตรายที่ต้องระแวดระวังให้มากที่สุด

สภาพภูมิศาสตร์

ที่มั่นของคนกลุ่มนี้ ตั้งอยู่ในทะเลทรายกว้างทางตะวันออกเฉียงเหนือของซาฮารัน ทอดยาวไปถึงชายแดนตะวันตกของจักรวรรดิ์คาลามันด์และ
เชื่อมต่อกับผืนทรายที่คั่นระหว่างภาคกลางของสหภาพกับชายแดนประจิมทิศ ที่แห่งนี้ร้อนและแห้งแล้งที่สุดในโลกแห่งอัล-ซาฮารัน ไม่มีโอเอซิส
เนื่องจากแห้งเหือดไปนับศตวรรษแล้ว แต่ถึงกระนั้นคนที่นี่ยังคงดำรงชีพด้วยเทคโนโลยีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ อันเป็นความลับสุดยอดถึงขนาด
ยอมพลีชีพเพื่อไม่ให้แพร่งพรายสู่ภายนอกทีเดียว

เศรษฐกิจ

ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงทั้งในทางนโยบายและภูมิศาสตร์ ทำให้ไม่มีการค้ากับแคว้นอื่นๆในซาฮารัน เศรษฐกิจจึงเป็นแบบพึ่งพาตนเอง
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายที่สุด น้ำสะอาดได้ลำเลียงจากศูนย์บัญชาการใหญ่ผ่ายท่อใต้ดิน ก่อนนำไปใช้ทั้งการเกษตรและอุปโภคบริโภค
โดยที่วิธีการได้มาซึ่งน้ำของฐานแม่นั้นไม่มีใครในปราการลูกได้รับรู้ นอกจากวิธีดูแลรักษาเส้นทางลำเลียงเท่านั้น อุตสาหกรรมหลักของดินแดน
ใต้อาณัติของเหล่านักฆ่าคือ การทำเหมืองใต้ดินอันน่าพิศวงที่ให้ผลผลิตได้มากกว่าการทำเหมืองทั่วไป โดยเฉพาะโลหะต่างๆที่เป็นวัสดุหลักในเครื่องมือ
เครื่องใช้ส่วนใหญ่ของคนกลุ่มนี้ แร่ธาตุแปลกตาที่จำเป็นในเทคโนโลยีล้ำยุคที่สืบทอดมานาน

และว่ากันว่าช่างโลหะและงานหินงานแก้วต่างๆของคนกลุ่มนี้คือที่สุดของซาฮารัน ไม่มีแค้วนใดเทียบได้ และไม่ยอมขายให้ใครเช่นกัน

สภาพสังคม

สังคมของฮัซซาซินไม่อาศัยอยู่กันเป็นเมืองหรือหมู่บ้านอย่างแคว้นอื่น แต่อยู่บนป้อมปราการที่มีประชากรร้อยต้นๆหรือต่ำกว่านั้น กระจัดกระจายไปทั่วทะเล
ทรายแถบนี้และมีฐานที่มั่นใหญ่อยู่ตอนใน แต่ละปราการจะมี "ชิอิค(ชีค หรือผู้อาวุโส)" ซึ่งแต่งตั้งโดย "ชิอิคแห่งซิงกิด" ผู้นำสูงสุดของเหล่านักฆ่า
ผู้กุมอำนาจเหนือดินแดนดำมืดแห่งอีสานทิศและความลับทั้งหมดทั้งปวง

ไม่สามารถประเมินการศึกษาโดยเฉลี่ยได้ เนื่องจากไม่เคยมีใครเข้าไปตรวจสอบหรือไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่ถ้าดูจากสิ่งของเครื่องใช้ที่ยึดได้หลังการปะทะ
กับกองกำลังอื่น พบว่ามีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ไม่มีในแคว้นอื่นๆ เช่น กล้องกลางคืน(Night vision goggle) ดังนั้น ประชากรส่วนใหญ่ต้องมีความรู้
มากพอที่จะใช้และดูแลรักษาเครื่องมือเหล่านี้เบื้องต้นเป็นอย่างน้อย ซึ่งต้องมีการเรียนการสอนอย่างเอาใจใส่เป็นพิเศษ

ไม่มีใครรู้ว่าปราการใต้อาณัติของฮัซซาซินมีเสรีภาพทางศาสนามากน้อยเพียงใด รู้แต่เพียงว่าศาสนาดั้งเดิมของคนกลุ่มนี้นับถือ "เทพบิดร" เจ้าแห่งความรู้ทั้งปวง
ก่อนที่จะถูกจักรวรรดิ์ฮารูนด์ฯยึดครอง

ศาสนาซาลามถูกต่อต้านเรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อ อาซิส อัล-มันนาฮ์ นักปราชญ์ผู้ถูกขับไล่ออกจากฝ่ายศาสนาและลูกศิษย์ได้เข้ามาสอนศาสนาซาลามในแบบฉบับของตนที่แตกต่างจากที่อื่น จนเป็นที่นับถืออย่างมากในหมู่ฮัซซาซินจนทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีอีกชื่อว่า "สารานุศิษย์แห่งอาซิส(อาซิสซีย์)" แต่ศาสนาดังเดิมก็ยังมีผู้นับถือไม่น้อย และอยู่ร่วมกันโดยไม่มีปัญหา

ส่วนศาสนาอื่นๆ โดยเฉพาะศาสนาคริสต์ ไม่มีรายงานว่าไดรับการต้อนรับจากดินแดนแถบนี้แต่อย่างใด

อัตตลักษณ์ของคนที่อาศัยในป้อมต่างบ้านเหล่านี้ คือ ใจเด็ด มีความเสียสละเพื่อส่วนรวมมากชนิดตายได้เพื่อพวกพ้องและผู้นำ เคร่งครัดในศีลธรรมไม่แพ้
ชาวฮารูนดิน ศัตรูคู่ฟ้าของพวกเขา และมีความเป็นชาตินิยมสูงกว่าคนในแคว้นใดๆในซาฮารันไม่ว่าจะมาจากใจจริงหรือถูกปลูกฝัง ด้วยเหตุนี้เอง เหล่าประชากร
ใต้อาณัติแห่งนักฆ่าจึงต่อต้านคนจากโลกภายนอก ไม่ไว้ใจ ไร้ความเมตตาใดๆต่อคนที่ไม่นับเป็นพวกพ้องไม่ว่าคนเหล่านั้นจะดูเป็นมิตรเพียงใดก็ตาม

การทหารและการว่าจ้าง

"ร้ายกาจดุจปีศาจ ไร้ร่องรอยดั่งสายลม" คือคำจำกัดความเมื่อเหล่านักฆ่าลงมือ ด้วยการฝึกฝนที่ไร้ความปราณี ไม่มีคำว่าครั้งที่สอง ทำให้คนพวกนี้มีทักษะ
การต่อสู้ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังไม่แพ้เหล่าอัศวินมาเมลุกชั้นแนวหน้าของสหภาพฯ เมื่อผนวกเข้ากับวิทยาการอันล้ำสมัยที่สืบทอดมาจาก "เทพบิดร"
และบรรพชนแต่หนหลัง ไม่ว่าจะเป็นกล้องกลางคืน ปืนแม่เหล็กไฟฟ้า(Railgun) ใบมีดพลังพลาสม่า(Plasma cutter) ระบบม่านพรางตัว(Cloak system)
พวกเขาจึงกลานเป็นปีศาจอย่างแท้จริงในสายตาแคว้นอื่น หรือแม้กระทั่งชาวต่างมิติที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งวิทยาการสมัยใหม่ก็ตาม

แม้แต่ปีศาจก็ยังมีจุดตาย คนพวกนี้แลกเปลี่ยนเขี้ยวเล็บกับเรื่องของจำนวน ด้วยข้อจำกัดทางด้านปัจจัยยังชีพ โดยเฉพาะอาหารที่ผลิตได้เป็นจำนวนน้อย
เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในป้อม จึงทำให้การต่อสู้เสียเปรียบด้านจำนวนคน หากต้องการคนมากต้องระดมจากป้อมอื่นและมีการเตรียมพร้อมด้านความเป็นอยู่
เราจึงเห็นนักฆ่าเหล่านี้ปฏบัติการณ์เป้นทีมเล็กๆมากกว่ากองกำลังขนาดใหญ่เหมือนแคว้นอื่นๆ ดังนั้น เมื่อเกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียสมาชิกในหน่วย
สำหรับฮัซซาซินถือเป็นเรื่องใหญ่มาก

นอกจากนี้ วิทยาการส่วนใหญ่จะเป็นวิชาด้านวิศวะกรรม และวิทยาศาสตร์ประยุกต์มากกว่าทฤษฏีบริสุทธิ์เพื่อการวิจัยพัฒนาสิ่งใหม่ๆ จึงขาดความเข้าใจ
วิทยาการต่างๆโดยเฉพาะกายวิภาคและแพทย์ พวกเขารู้จักวิธีการใช้สมุนไพรและแร่ธาตุในการรักษาโรคทั่วไป แต่ความเป็นอยู่ที่แออัดภายในป้อม
การจัดการที่ขาดมิติด้านสุขภาพ และวิถีชีวิตที่ปั่นทอนอายุขัย ไม่ว่าจะเป็นสารพิษจากการทำเหมืองแร่ การฝึกฝนที่ฝืนเกินกำลังมนุษย์ คนเหล่านี้ต้องการหมอ
หรือใครก็ตามที่สามารถต่อชีวิตให้อยู่ต่อไป รวมไปถึงคนที่สามารถแก้ไขเรื่องปากท้องและจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างน่าใจหาย

แต่ถึงอย่างนั้น ปัญหาเหล่านี้ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข ตราบที่พวกเขายังหลีกเร้นจากโลกภายนอกเข้าสู่ความมืดมิด
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Livingdead One
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 63
วันที่เข้าบอร์ด : 02/02/2010
อายุ : 29
ที่อยู่ : ทะเลทรายซาฮาร่า...

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Wed Apr 27, 2011 10:06 pm

ตอนนี้ก็ลงประวัติของแต่ละฝ่ายครบแล้ว

เหลือแค่อินโทรประจำฝ่าย กับรูปประกอบทั้งหลายแหล่

ส่วนข้อมูลเชิงลึกอื่นๆคิดว่าคงเอาไปแปะในตัวบอร์ดเลยดีกว่า


ฮัดช่าห์!!!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
kaminari
Junior
Junior
avatar

จำนวนข้อความ : 476
วันที่เข้าบอร์ด : 24/03/2010
อายุ : 23
ที่อยู่ : ที่อยู่เดียวกับอุสะ

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Thu Apr 28, 2011 11:52 am

สู้ๆครับ

มีภาพประกอบก็ดีเหมือนกันนะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
-Patji-
Rookie
Rookie
avatar

จำนวนข้อความ : 12
วันที่เข้าบอร์ด : 08/05/2011
อายุ : 21

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: [PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)   Sun May 08, 2011 7:33 pm

โอะ นี่มันทู้อะไร O[ ]o!!
//หลงเข้ามา และกำลังหาทางออก = =''
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
[PROJECT] Al-Saharan (10% - Faction profile *Complete*)
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Music Cartoon Club  :: Art & Gallery Zone :: MCC Show space-
ไปที่: